สมัครสมาชิก
เมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้ว คุณจะสามารถใช้บริการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
ท่านสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้อื่น
และรับสิทธิประโยชน์หลากหลายผ่านกิจกรรมการแนะนำและการสนับสนุน
และรับสิทธิประโยชน์หลากหลายผ่านกิจกรรมการแนะนำและการสนับสนุน
เป็นสมาชิกที่สมัครเพื่อซื้อสินค้าไว้ใช้เพื่อการบริโภคส่วนบุคคล
ข้อกำหนดการใช้งานเว็บไซต์
บรรดาข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ https://www.inqten.co.th เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท อินคิวเทน จำกัด และ/หรือ เจ้าของข้อมูลนั้นๆ ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย บริษัทฯ จะให้ความคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสมาชิก บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลเนื้อหาในข้อกำหนดการใช้บริการต่างๆ บน https://www.inqten.co.th โดยจะแจ้ง รายละเอียดใน https://www.inqten.co.th ทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลง.
"ข้อกำหนดทั่วไป
ท่านยินยอมผูกพันตามข้อกำหนดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้บริการเว็บไซต์ https://www.inqten.co.th ตามนโยบายการให้บริการข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ดังนี้
1. การนำเสนอข้อมูลข่าวสารทั้งหมดในเว็บไซต์ของบริษัทฯ นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับ บริษัทฯ ให้แก่สมาชิกนักธุรกิจอินคิวเทน หรือผู้ที่สนใจในธุรกิจของบริษัทฯ โดยจะเป็นนโยบายในการให้บริการ หรือทางการตลาดและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ เท่านั้น ทั้งนี้ การนำเสนอข้อมูลดังกล่าวบริษัทฯ มิได้รับรองว่า ข้อมูลดังกล่าวจะมีความถูกต้องโดยปราศจากข้อผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น และการนำเสนอข้อมูล ดังกล่าวมิได้ก่อให้เกิดสิทธิ์ความรับผิดชอบ และหรือภาระผูกพันทางกฎหมายไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นระหว่าง บริษัทฯ สมาชิกนักธุรกิจอินคิวเทน ผู้ที่สนใจ หรือบุคคล ภายนอกที่เข้ามาใช้บริการเว็บไซต์
2. บรรดาข้อความ ภาพ เสียง เนื้อหา และหรือส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์นี้เป็นงานอันได้รับ ความคุ้มครองในเรื่องของลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ชื่อทางการค้า และสิทธิบัตรตาม กฎหมายเกี่ยวด้วยทรัพย์สินทางปัญญา และรวมถึงกฎหมายอื่นใด ที่บังคับใช้ในประเทศไทย หากบุคคลใด ทำซ้ำ ดัดแปลง ลอกเลียน แก้ไข เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่ายมีไว้หรือกระทำการใดๆ อันเป็นลักษณะ การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯดังกล่าวข้างต้นโดยมิได้รับอนุญาต หรือกระทำการในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ บริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมายกับ บุคคลดังกล่าวโดยทันที
ข้อยกเว้นความรับผิด
เว็บไซต์ https://www.inqten.co.th อาจจะเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ได้ ในทุกเวลา โดยแจ้งประกาศการเปลี่ยนแปลงบนเว็บไซต์ https://www.inqten.co.th ได้ ทั้งนี้สมาชิก ยินยอมให้ถือว่าการเข้าใช้บริการเว็บไซต์ https://www.inqten.co.th ของท่าน ถือเป็นการยอมรับ ข้อกำหนดของนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และการที่ท่านใช้บริการในภายหลังจากที่มี การแจ้งประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ถือเป็นการยอมรับการแก้ไข เปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละครั้ง
ข้อความปฏิเสธการรับประกัน
เว็บไซต์และเนื้อหาของบริษัทฯ แสดงข้อมูล “ที่เป็นอยู่” และ “เท่าที่มี” โดยไม่มีการรับประกันใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับใช้ทางกฎหมายที่สามารถยอมรับได้ บริษัทฯ ขอปฏิเสธการรับประกันใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เกี่ยวกับการรับประกันความสามารถทางการค้า ความเหมาะสมสำหรับ วัตถุประสงค์เฉพาะด้าน และการไม่ละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หลักปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจ หรือ ข้อกำหนดทางการค้าทั้งหมดโดยไม่มีข้อจำกัด บริษัทฯ จะไม่อธิบายหรือรับประกันเกี่ยวกับความสมบูรณ์ การเที่ยงตรง ความถูกต้อง ความซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือ การแพร่กระจาย ความพอเพียง ความเหมาะสม ความสามารถในการใช้งาน การจัดจำหน่าย หรือการดำเนินการของเว็บไซต์หรือเนื้อหา รวมถึงการบริการ หรือความสามารถในการเข้าใช้ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ บริษัทฯ ไม่รับประกันว่าจะไม่มีการรบกวน หรือไม่มี ข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของเว็บไซต์นี้ และไม่รับประกันว่าเว็บไซต์นี้จะไม่มีไวรัสหรือการคุกคามอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์.
ข้อจำกัดของภาระหนี้สิน
บริษัทฯ จะไม่รับภาระหนี้สินหรือความรับผิดชอบใดๆ ทั้งทางตรงทางอ้อม เฉพาะกิจ โดยมิได้ตั้งใจ หรือ ความเสียหายที่ตามมาอันเกิดจากการไม่สามารถเชื่อมต่อหรือใช้งานเว็บไซต์ (หรือเนื้อหารวมถึงการบริการ หรือความสามารถในการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์นี้) แม้ว่าจะมีการแจ้งให้ทราบถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น.
ข้อผิดพลาดและการแก้ไข
แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาข้อมูลในเว็บไซต์ให้ถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ แต่บริษัทฯ ไม่รับประกันหรือแสดงว่าเว็บไซต์นี้จะไม่มีข้อผิดพลาด ข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูลหรือปัญหาทางเทคนิค อื่นๆ อาจทำให้การแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องในบางครั้ง เช่น ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ บริษัทฯ ขอสงวนสทิธิ์ ในการแก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำให้ข้อมูลที่พิมพ์ออกมาไม่ถูกต้อง และไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อข้อผิดพลาด ดังกล่าว นอกจากนี้บริษัทฯ สามารถทำการปรับปรุง และ/หรือเปลี่ยนแปลงท่าน สมบัติการใช้งาน หรือ เนื้อหาในเว็บไซต์ (รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่) ได้ตลอดเวลา หากท่านพบข้อมูลใดที่เชื่อว่าไม่ ถูกต้อง โปรดติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางในหัวข้อ “ติดต่อบริษัทฯ” และบริษัทฯจะตรวจสอบให้
ตัวเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบริษทั ฯในเครือ
เว็บไซต์ของบริษัทฯ มีตัวเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในเครือซึ่งจะช่วยให้ท่านได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การเรียกร้องค่าชดเชย และข้อมูลเปรียบเทียบที่เป็นไปตามข้อบังคับใช้สำหรับ กฎหมายในประเทศของท่านโดยเฉพาะ บริษัทฯ ในเครือจะดำเนินการรับผิดชอบและดูแลเว็บไซต์ของ ตนเองเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมาย ตัวเชื่อมโยงนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกเท่านั้น บริษัทฯไม่รับรอง หรือรับผิดชอบต่อคอนเทนต์หรือการเข้าถึงข้อมูลที่มีอยู่จากเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในเครือ ต่างๆ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านศึกษารายละเอียดของข้อกำหนดการใช้งานสำหรับเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในเครือที่ท่านเข้าเยี่ยมชม
กฎหมายที่บังคับใช้และขอบเขตของกฎหมาย
ข้อกำหนดการใช้งานนี้ถูกควบคุมและเป็นไปภายใต้บังคับตามกฎหมายของราชอาณาจักรไทย โดยไม่ขัดต่อ กฎหมายที่สำคัญอื่นๆ ความขัดแย้งหรือข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดจากการใช้เว็บไซต์นี้จะถูกส่งไปยังศาลของรัฐ หรือศาลของรัฐบาลกลางหรือเขตปกครอง โดยท่านจะต้องยินยอมแบบไม่มีเงื่อนไข หากพบว่าเงื่อนไขใน ข้อกำหนดการใช้งานนี้ผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ เงื่อนไขดังกล่าวจะถูกตัดออกไปและจะไม่ส่งผลกระทบต่อความถูกต้องตามกฎหมายและความสามารถใน การบังคับใช้ของ เงื่อนไขอื่นๆ.
ติดต่อบริษัท ฯ
หากท่านมีข้อแนะนำหรือข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์โปรดส่งอีเมล มาที่ cs_thailand@inqten.com บริษัทฯ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขข้อกังวัลและปัญหาต่างๆ ที่ ท่านแจ้งมายังบริษัทฯ.
บริษัท อินคิวเทน จำกัด
135/34 ชั้น12 อาคารอมรพัน์205 ทาวเวอร์ 2 ซอยนาทอง ถ.รชัดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพ 10400
โทรศัพท์: 0811447335
อีเมลล์: cs_thailand@inqten.com .
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายความเป็นส่วนตัว
คำชี้แจงสิทธิส่วนบคุคล
คำชี้แจงสิทธิส่วนบคุคล
บริษัท อินคิวเทน จำกัด ("บริษัทฯ") ขอขอบคุณท่านสำหรับการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งทางบริษัทฯ รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสติดต่อสื่อสารกับท่านผ่านทางช่องทางเว็บไซต์และได้ให้บริการแก่ท่าน ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านเว็บไซด์ของบริษัทฯ
และเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น อีกทั้งเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้บริการของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ สัญญาว่าจะป้องกันและรักษาความเป็นส่วนตัวของท่าน วัตถุประสงค์ของคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้เป็นการ แจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลที่ทางบริษัทฯ ได้รับ เมื่อท่านเข้ามาที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ การ ใช้ข้อมูล การเปิดเผยข้อมูลของท่านไปยังบุคคลอื่นหรือไม่ และตัวเลือกต่างๆ ที่ท่านสามารถเลือกได้ เกี่ยวกับการนนำข้อมูลของท่านไปใช้ บริษัทฯ ขอเรียนว่าทางบริษัทฯ มีนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลของผู้ใช้บริการทุกท่านโดยสังเขปดังนี้.
ข้อมลูส่วนบคุคล (Privacy notes)
ข้อมูลใดๆ ที่บริษัทฯได้รับจากการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ ข้อมูลส่วน บุคคลและข้อมูลสรุป.
1. ข้อมูลส่วนบุคคล : ข้อมูลนี้จะช่วยให้บริษัทฯ ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวท่าน โดยปกติท่านสามารถเข้า เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้โดยไม่ต้องบอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวท่านหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ใดๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองได้ด้วยความ สมัครใจ (เช่น ชื่อ อีเมลแอดเดรส ประเทศถิ่นที่อยู่) เพื่อให้บริษัทฯ สามารถตอบกลับการแสดงความเห็น หรือข้อสงสัยต่างๆ ผ่านทางอีเมล ในบางกรณีบริษัทฯ อาจเก็บข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อถึงท่านซึ่งรวมถึง ข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในไฟล์ข้อมูลของท่าน เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงการบริการในกรณีที่ท่านติดต่อบริษัทฯ อีกครั้ง.
2. ข้อมูลสรุป : ข้อมูลนี้ไม่มีการระบุถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งอาจรวมถึง Uniform Resource Locator (“URL”) ของเว็บไซต์ที่อ้างอิงมายังเว็บไซต์ของบริษัทฯ Internet Protocol (“IP”) Address (หมายเลขที่กำหนดให้กับคอมพิวเตอร์ของท่านโดยอัตโนมัติเมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์) ระบบปฏิบัติการ ของเครื่องคอมพิวเตอร์และชนิดของเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้ และเงื่อนไขการค้นหาใดๆ ที่ท่านกรอกลงใน เว็บไซต์ของบริษัทฯ เว็บเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทฯ จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้เพื่อควบคุมระดับการดำเนิน กิจกรรมบนเว็บไซต์ ประเมินประสิทธิภาพการทำงาน และปรับปรุงเนื้อหาของเว็บไซต์เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ งานและให้ท่านมีความพึงพอใจในการใช้งาน
บริษัทฯ อาจจัดเก็บ รวบรวม ประกาศ ส่งเสริม รายงาน หรือเปิดเผยหรือใช้ข้อมูลสรุปนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงท่านเป็นการส่วนตัว บริษัทฯ จะไม่เชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ กับข้อมูลสรุปที่ บริษัทฯ ทำการรวบรวมจากเว็บไซต์ของบริษัทฯ หากมีการเชื่อมโยงข้อมูลสรุปใดๆ ของท่าน ข้อมูลดังกล่าว จะได้รับการปกป้องเช่นเดียวกับข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล
การใช้ข้อมูลของท่านร่วมกับผู้อื่น
ยกเว้นกรณีต่างๆ ที่ได้ระบุไว้ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้ บริษัทฯ จะไม่จำหน่าย แลกเปลี่ยน เช่า หรือส่ง ต่อข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่บริษัทฯ รวบรวมไว้แบบออนไลน์หากไม่ได้รับการอนุญาตจากท่าน ข้อมูลส่วน บุคคลใด ๆ ที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ จะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของบริษัทฯ ในประเทศเกาหลีใต้
บริษัทฯ อาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้ออนไลน์ร่วมกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ และ/หรือคู่ ค้าทางธุรกิจที่เชื่อถือได้ที่มีการทำงานร่วมกัน รวมถึงบริษัทฯ ที่เป็นผู้ให้บริการทางด้านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในการติดต่อกับตัวแทนหรือคู่สัญญาภายนอก บริษัทฯ ได้กำหนดให้ตัวแทนหรือคู่สัญญาเหล่านั้นปฏิบัติตาม ข้อกำหนดที่ระบุไว้ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลน
บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นครั้งคราวตามคำสั่งศาล หมายเรียก หรือการสอบสวน จากหน่วยงานของรัฐ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรายงานให้เจ้าพนักงานทราบถึงกจิกรรมใดๆ ที่บริษัทฯ เชื่อโดยสุจริตใจว่าผิดกฎหมาย บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อบริษัทฯ เชื่อว่า การเปิดเผย ดังกล่าวเป็นเรื่องจำเป็นตามกฎหมาย เพื่อบังคับใช้หรือปรับใช้ข้อกำหนดการใช้หรือเพื่อปกป้องสิทธิ์ ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของผู้อื่นและตัวบริษัทฯ เอง
ในกรณีที่บริษัทฯ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องมีการควบรวมกิจการหรือถูกซื้อกิจการ หรือมีการซื้อทรัพย์สินของ กิจการ บริษัทฯ อาจมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านร่วมกับบริษัทฯ ที่ให้บริการท่านและผู้ใช้งานเว็บไซต์ ของบริษัทฯ
สิทธิส่วนบคุคลของท่าน
บริษัทฯ จะต้องได้รับคำอนุญาตจากท่านก่อนเสมอ บริษัทฯ จะไม่ใช้หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่รวบรวมจาก เว็บไซต์ของบริษัทฯ ร่วมกับผู้อื่นหากการใช้งานดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลของ ท่าน ซึ่งรวมถึงการใช้งานที่ได้ระบุไว้ข้างต้น โดยท่านไม่มีโอกาสเลือกว่าจะอนุญาตให้มีการใช้งานที่ไม่ เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์หรือไม่
การเข้าถึงและการแก้ไขข้อมูลของท่าน
บริษัทฯ ดำเนินมาตราการที่สมควรเพื่อให้ความมั่นใจว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯรวบรวมจากเว็บไซต์ของ บริษัทฯ นั้นมีความถูกต้องแม่นยำ เป็นข้อมูลปัจจุบัน มีความสมบูรณ์ครบถ้วน และน่าเชื่อถือสำหรับการใช้ ตามวัตถุประสงค์ หากท่านต้องการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ ท่านอาจ ติดต่อบริษัทฯ ตามวิธีที่อธิบายไว้ในส่วน “ติดต่อบริษัทฯ” ด้านล่าง
การป้องกันข้อมูลของท่าน
บริษัทฯ ตระหนักถึงความไว้วางใจของท่านและสัญญาว่าจะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้ออนไลน์ ไม่ให้สูญหาย ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และถูกใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต บริษัทฯ ใช้มาตรการทั้ง ทางด้านกายภาพ อิเล็กทรอนิก และการจัดการในการปกป้องและรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของท่าน
การปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็ก
บริษัทฯ ได้ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีและสนับสนุนให้ ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการเข้าสู่เว็บไซต์ต่างๆ ของเด็กๆ บริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย ป้องกันความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์ของเด็ก (COPPA) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เว็บไซต์ของบริษัทฯ ไม่ได้มีเด็กเป็นกลุ่มเป้าหมายและไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และหากบริษัทฯ ทราบเรื่อง ทางบริษัทฯจะไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กเหล่านั้นไว้ หากบริษัทฯ พบว่ามีข้อมูลของเด็กๆ ในเว็บไซต์ ของบริษัทฯ ทางบริษัทฯจะดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าวทันที
ติดต่อบริษัท ฯ
หากท่านมีข้อแนะนำหรือข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวโปรดส่งอีเมลมาที่ cs_thailand@inqten.com บริษัทฯ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขข้อกังวัลและปัญหาต่างๆ ที่ท่านแจ้ง มายังบริษัทฯ
บริษัท อินคิวเทน จำกัด
135/34 ชั้น12 อาคารอมรพัน์205 ทาวเวอร์ 2 ซอยนาทอง ถ.รชัดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพ 10400
โทรศัพท์: 0811447335
อีเมลล์: cs_thailand@inqten.com
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการสมัครสมาชิก
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการสมัครสมาชิก
1. ระเบียบข้อบังคับการเป็นสมาชิกฉบับนี้เป็นข้อกำหนดพื้นฐานที่ระบุถึงหลักเกณฑ์ที่ผู้จำหน่ายซึ่งได้รับการอนุมัติจากบริษัท อินคิวเทน จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) ต้องยึดถือและปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจ
2. ระเบียบข้อบังคับการเป็นสมาชิกฉบับนี้ให้ถือเป็นเงื่อนไขหนึ่งของสัญญาสมาชิกผู้จำหน่ายและให้ใช้บังคับร่วมกับระเบียบ หรือข้อกำหนดอื่นของบริษัท
3. ในกรณีที่สมาชิกผู้จำหน่ายของบริษัทฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับฉบับนี้ บริษัทมีสิทธิใช้มาตรการลงโทษ ตามความเหมาะสม ได้แก่ การตักเตือน, การพักสิทธิ์, การเพิกถอนสิทธิ์ หรือการยกเลิกสถานภาพสมาชิก รวมถึง มีสิทธิจำกัดหรือเพิกถอนสิทธิ ประโยชน์ใด ๆ ที่ได้มอบให้แก่ สมาชิกนั้น
4. สมาชิกผู้จำหน่ายมีหน้าที่ต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในระเบียบข้อบังคับฉบับนี้ โดยเคร่งครัด
5 .บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินธุรกิจและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง บริษัทจะแจ้งให้ทราบผ่านเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการ เว็บไซต์ทางการของบริษัท หนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทกำหนด และสมาชิกมีหน้าที่ติดตามและรับทราบข้อมูลดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ
6. การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคำนวณและการจ่ายค่าตอบแทนสนับสนุน รวมถึงการออกสมุดประจำตัวสมาชิกหรือบัตรสมาชิก
- ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการขายตรง (มาตรา 20 วรรค 2 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง) สมาชิกตกลงและยินยอมให้ บริษัทแจ้งการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคำนวณและการจ่ายค่าตอบแทนสนับสนุน ตลอดจนการออกสมุดประจำตัวสมาชิก หรือบัตรสมาชิก ผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรือข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ (SMS)
บทที่ 1 ระเบียบทั่วไป
ข้อ 1 (วัตถุประสงค์) ระเบียบข้อบังคับฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดข้อตกลงระหว่างบริษัท อินคิวเทน จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) และสมาชิก (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้จำหน่าย”) ในการจำหน่ายสินค้าของบริษัท (ต่อไปนี้เรียกว่า“ผลิตภัณฑ์”) โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติตามข้อกำหนด นโยบาย และระเบียบของบริษัท เพื่อสร้างวัฒนธรรมการกระจายสินค้าที่ถูกต้องและเหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันระหว่างบริษัทและผู้จำหน่าย
ข้อ 2 (ขอบเขตการบังคับใช้) ให้ยึดถือระเบียบข้อบังคับฉบับนี้ในระเบียบการจัดการผู้จำหน่าย เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทมีการกำหนด ระเบียบอื่นไว้เป็นพิเศษแยกต่างหาก
ข้อ 3 (การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง) ข้อกำหนดฉบับนี้ยึดตามหลักเกณฑ์ของ “บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วย การขายตรงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”
ข้อ 4 (กลุ่มเป้าหมายการบังคับใช้) ข้อกำหนดฉบับนี้บังคับใช้กับผู้จำหน่ายทุกคน ที่ลงทะเบียนกับทางบริษัท
บทที่ 2 การลงทะเบียนของผู้จำหน่าย
ข้อ 5 (คุณสมบัติของผู้จำหน่าย)
1. เมื่อผู้สมัครกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและตกลงยอมรับเงื่อนไขของบริษัทแล้ว จะถือว่าการดำเนินการสมัครเป็นอันเสร็จสิ้น และจะได้รับการลงทะเบียนเป็นสมาชิก รวมถึงสามารถดำเนินกิจกรรมเป็นผู้จัดจำหน่ายได้
2. พลเมืองไทยทุกคนสามารถลงทะเบียนเป็นผู้จัดหน่ายได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้าน อายุ, วุฒิการศึกษา, ประสบการณ์, อาชีพ, เพศ, ศาสนา หรือความบกพร่องทางร่างกายอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม บุคคลที่เข้าข่ายตามเงื่อนไขที่ระบุใน ข้อ 6 จะถูกจำกัดสิทธิ์ในการลงทะเบียน
ข้อ 6 (ข้อจำกัดในการลงทะเบียน) บุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ จะถูกจำกัดสิทธิ์ในการลงทะเบียน
1. บุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถที่ได้รับการยอมรับทางกฎหมาย
2. บุคคลที่อยู่ระหว่างการรับโทษจำคุก หรือถูกกักขังในเรือนจำ
3. ผู้เยาว์ (ยกเว้นในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากตัวแทนโดยชอบธรรมตามกฎหมาย), แม้เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้วแต่หากยังคงสภาพนักศึกษาอยู่จะไม่สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกได้
4. ผู้ถือหุ้นส่วน ผู้บริหารและพนักงาน ของบริษัท อินคิวเทน จำกัด
5. ข้าราชการพลเรือน, ข้าราชการส่วนท้องถิ่น, ข้าราชการครู หรือบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายของโรงเรียนเอกชน
6. ชาวต่างชาติ (ยกเว้นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย และอยู่ภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต โดยต้องเป็นผู้ถือวีซ่าตามที่กฎหมายกำหนด เช่น วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวเพื่อการทำงาน (Non-Immigrant Visa ประเภท B) วีซ่าพำนักระยะยาว (Long-Term Resident Visa: LTR) หรือวีซ่าประเภทอื่นที่กฎหมายไทยอนุญาต)
7. เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามตามที่กำหนดในบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการขายตรงมาตรา 15 วรรค 2 (4) และกฤษฎีกาฉบับบังคับใช้ มาตรา 21 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน
8. ผู้จำหน่ายรายใดที่เข้าข่ายตามเงื่อนไขข้อจำกัดในการลงทะเบียนตามที่ระบุไว้ข้างต้น หากพบว่ามีการลงทะเบียนโดยพลการ บริษัทมีสิทธิยกเลิกสถานภาพสมาชิกได้ทันที และบริษัทไม่มีหน้าที่ในการเยียวยาผลกระทบใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับสมาชิก อันเนื่องมาจากข้อจำกัดของกฎหมายอื่น ๆ หรือข้อจำกัดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการลงทะเบียน (ตามข้อกำหนดมาตรา 19 และมาตรา 38 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน จะไม่สามารถทำการ "เปลี่ยนชื่อผู้ลงทะเบียน" ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการรับหรือการโอนสิทธิได้)
ข้อที่ 7 (การลงทะเบียนของผู้จำหน่ายรายใหม่)
1. ผู้จำหน่ายทุกคนจำเป็นต้องลงทะเบียนโดยใช้ชื่อจริงของตน เนื่องจากบริษัทจะรับรองเฉพาะคุณสมบัติของสมาชิก ที่ถูกลงทะเบียนไว้แล้วเท่านั้น การสมัครโดยใช้ชื่อผู้อื่นแล้วไปอ้างสิทธิแก่บุคคลอื่นภายหลัง หากแอบอ้างใช้ชื่อผู้อื่นในการสมัคร จะไม่สามารถทำการยืนยันสิทธิได้
2. ผู้จำหน่ายรายใหม่ ในที่นี้ หมายถึง บุคคลที่ได้รับการลงทะเบียนผ่านการแนะนำและช่วยเหลือจากสมาชิกที่ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้าแล้ว และจำเป็นต้องแนบเอกสารสัญญา รวมถึงใบสมัครการลงทะเบียนผู้จัดจำหน่ายพร้อมกับเอกสารตามข้อต่อไปนี้ เพื่อทำการยื่นเรื่องให้บริษัทต่อไป
- ตามข้อ 6 (6) ให้แนบสำเนาหนังสือเดินทางและ ใบรับรองถิ่นที่อยู่ในประเทศสำหรับคนต่างชาติ, ใบรับรองการลงทะเบียนชาวต่างชาติ เป็นต้น (เฉพาะผู้ที่ได้รับการรับรองว่าให้ใช้เป็นเอกสารแสดงถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวเพื่อการทำงาน (Non-Immigrant Visa ประเภท B) วีซ่าพำนักระยะยาว (Long-Term Resident Visa: LTR) หรือวีซ่าประเภทอื่นที่กฎหมายไทยอนุญาต)
3. ผู้สมัครจำเป็นต้องลงชื่อด้วยลายมือของตนเองเท่านั้น หากเกิดปัญหาอันเนื่องมาจากการให้ผู้อื่นลงชื่อแทน ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด
4. ผู้ใดที่ลงทะเบียนบุคคลอื่นเป็นผู้จำหน่ายโดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าตัว จะถูกยกเลิกสถานภาพสมาชิกโดยทันที รวมถึงไม่อาจพ้นความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาได้
5.ในกรณีที่สมัครเป็นผู้จำหน่ายโดยการยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาสมุดบัญชีตามคำแนะนำของสมาชิกที่ลงทะเบียนอยู่ก่อนแล้ว แม้ว่าการสมัครนั้นจะขัดต่อความเจตนาที่แท้จริงของตนเองก็ตาม แต่การมอบสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาสมุดบัญชีให้แก่บุคคลอื่นเพื่อมอบอำนาจในการสมัคร ถือเป็นนิติกรรมทางกฎหมายที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงสถานะสมาชิกได้
ข้อที่ 8 (การอนุมัติสถานะของผู้จำหน่าย) สถานะการเป็นผู้จำหน่ายจะมีผลสมบูรณ์เมื่อผู้สมัครได้รับรหัสประจำตัวสมาชิก (ID) จากทางบริษัท และการพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธสถานะการเป็นผู้จำหน่ายนั้น ถือเป็นสิทธิขาดของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว
ข้อ 9 (ความหมายของสถานะผู้จำหน่าย) ผู้จำหน่ายที่ลงทะเบียนกับบริษัทแล้วนั้น ถือเป็นผู้จำหน่ายอิสระประเภทหนึ่ง ซึ่งดำเนินกิจกรรมการขายตามเจตจำนงของตนเอง ภายใต้นโยบายธุรกิจ แผนการชดเชย และการจัดซื้อสินค้าตามที่บริษัทได้เสนอไว้ต่อสาธารณะ โดยสมาชิกจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทางกฎหมายต่อการตัดสินใจและการกระทำทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมของตน
ข้อ 10 (การจัดการข้อมูลของผู้จำหน่าย)
ผู้จำหน่ายจะต้องระบุข้อมูลส่วนบุคคลและรายละเอียดการได้รับการแนะนำจากสมาชิกก่อนหน้า ให้ชัดเจนตามขั้นตอนเอกสารที่บริษัทกำหนดในขณะที่ลงทะเบียน โดยจำหน่ายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อข้อบกพร่องใด ๆ ก็ตามในเอกสารที่ยื่นมา นอกจากนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล (ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, เลขที่บัญชี เป็นต้น) หรือข้อมูลจำเป็นอื่น ๆ ผู้จำหน่ายจำเป็นต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยทันที หากไม่แจ้งข้อมูลการเปลี่ยนแปลง (เช่น การตีกลับของพัสดุหรือเอกสารทางไปรษณีย์) ให้บริษัททราบ ความรับผิดชอบทั้งหมดนั้นจะตกเป็นของผู้จัดจำหน่ายเอง ทั้งนี้ ผู้จำหน่ายจะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงผู้แนะนำของตนเองได้
บทที่ 3 ภาระหน้าที่ของผู้จำหน่าย
ข้อ 11 (หน้าที่ในการทำความเข้าใจและถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้อง) บริษัทจะมอบข้อมูลผลิตภัณฑ์และระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ให้แก่ผู้จำหน่ายในขั้นตอนการลงทะเบียน ผู้จำหน่ายจำเป็นต้องทำความเข้าใจข้อมูลและระเบียบทั้งหมดขณะลงทะเบียน โดยจะต้องถ่ายทอดเฉพาะข้อมูลที่บริษัทนำเสนอแล้วอย่างเป็นทางการเท่านั้น ห้ามบิดเบือนเนื้อหาหรือถ่ายทอดข้อมูลที่มีลักษณะเกินจริง
ข้อ 12 (หน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมการขายด้วยความซื่อสัตย์) ผู้จำหน่ายทุกคนจะต้องดำเนินกิจกรรมการขายด้วยความซื่อสัตย์ หลังจากมั่นใจในข้อมูลสินค้าที่ถูกต้อง และได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองเรียบร้อยแล้ว รวมถึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมการขายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าหรือผู้จำหน่ายระดับต่ำของตนเอง นอกจากนี้ ผู้จำหน่ายทุกคนจำเป็นต้องมอบหนังสือสัญญาที่ระบุรายละเอียด เช่น ชื่อ-นามสกุล, ชื่อร้านค้า, ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ให้แก่ผู้จำหน่ายซึ่งเป็นจำหน่ายระดับต่ำที่ตนเป็นผู้แนะนำ หรือให้แก่ผู้บริโภค (ผู้จัดจำหน่าย) ที่ตนได้ขายสินค้าให้
ข้อ 13 (หน้าที่ในการเข้าอบรมและการสนับสนุนการอบรม) ผู้จำหน่ายทุกคนจะได้รับโบนัส (ค่าเบี้ยเลี้ยงในการสนับสนุน) ผ่านการฝึกอบรมและสนับสนุนจำหน่ายระดับต่ำจากใจจริง ดังนั้นจึงต้องจัดการอบรมและดูแลหน้าที่ของจำหน่ายระดับต่ำให้มีความต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทจะถือว่าผู้จำหน่ายที่มีตำแหน่งตั้งแต่ระดับที่กำหนดขึ้นไป เป็นผู้จำหน่ายส่วนบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ และจะดำเนินอบรมตามการเลื่อนตำแหน่ง โดยผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ารับการอบรมให้ครบตามหลักสูตร หากผู้ใดไม่เข้ารับการอบรมตามที่กำหนด บริษัทอาจระงับหรือจำกัดการจ่ายโบนัสได้
ข้อ 14 (หน้าที่ในการชำระภาษี) ผู้จำหน่ายทุกคนที่มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าของบริษัท จะต้องดำเนินการชำระภาษีต่าง ๆ ด้วยความซื่อสัตย์ตามกฎหมายการเสียภาษีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี
ข้อ 15 (หน้าที่ในการปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดต่าง ๆ ) เมื่อผู้จำหน่ายทุกคนลงทะเบียนแล้ว จะถือว่าเป็นการยินยอมและให้คำปฏิญาณต่อ 'ระเบียบการจัดการผู้จำหน่าย (นโยบายและขั้นตอนปฏิบัติ)' และข้อกำหนดต่าง ๆ ของบริษัท ดังนั้น ผู้จำหน่ายที่ดำเนินกิจกรรมการขายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงกฎระเบียบ การฝึกอบรม และการจัดการทั้งหมดที่บริษัทเป็นผู้กำหนด
บทที่ 4 กิจกรรมและคุณสมบัติของผู้จำหน่าย
ข้อ 16 (ข้อกำหนดเกี่ยวกับผู้จำหน่ายที่ไม่ได้ดำเนินกิจกรรม)
1. ระยะเวลาที่มีผลใช้บังคับสถานะของผู้จำหน่าย ให้นับตั้งแต่เดือนถัดไปจากเดือนที่ได้รับการอนุมัติ (วันที่จดทะเบียนใหม่ หรือวันที่ต่ออายุ) ไปจนถึงวันสิ้นเดือนเป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือ 12 เดือน และในกรณีที่มีการซื้อสินค้า ให้เริ่มนับตั้งแต่เดือนถัดไปของเดือนที่มีประวัติการซื้อครั้งสุดท้าย ไปจนถึงวันสิ้นเดือนเป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือ 12 เดือน
| ตำแหน่ง | Silver | Gold | Elite Gold | Platinum | sapphire | Ruby | Emerald | Diamond | Blue Diamond | Crown Diamond | Royal Crown Diamond |
| ระยะเวลา | 6 เดือน | 12 เดือน | |||||||||
2. บริษัทสามารถปฏิเสธการขอต่ออายุสถานะสมาชิกของผู้จำหน่ายได้ หากพิจารณาแล้วว่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา กิจกรรมการขายของผู้จำหน่ายมีลักษณะที่ขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัทและองค์กรผู้จำหน่าย หรือมีการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับนี้ จะถือว่าขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้จำหน่าย ข้อ 17 (การเรียกคืนโบนัสจากการยกเลิกสัญญา)
1. ในกรณีที่ผู้จำหน่ายหรือลูกทีมได้ทำการยกเลิกสัญญา (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "การคืนสินค้า") และเป็นเหตุให้ผู้จำหน่ายท่านนั้นมีภาระหนี้ในการต้องคืนโบนัสที่ได้รับไปแล้วสำหรับรายการดังกล่าว บริษัท อินคิวเทน จำกัด จะดำเนินการหักลบกลบหนี้ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากับภาระหนี้นั้นจากยอดโบนัส ที่จะจ่ายให้กับผู้จำหน่าย
2. ในกรณีที่มีภาระหนี้ค้างชำระที่ต้องเรียกคืนจากผู้จำหน่ายที่ลาออกหรือถูกยกเลิกสถานภาพสมาชิก บริษัทจะดำเนินการเรียกคืนหนี้ดังกล่าวตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายประเทศไทย ข้อ 18 (การเปลี่ยนและคืนสินค้า)
1. "การเปลี่ยนสินค้า" หมายถึง ระบบที่บริษัทจะดำเนินการเปลี่ยนสินค้าชิ้นใหม่ที่เป็นชนิดเดียวกันให้แก่ผู้จำหน่าย ในกรณีที่มีการแจ้งความประสงค์ขอเปลี่ยนสินค้าอันเนื่องมาจากสินค้าที่ซื้อไปนั้นมีตำหนิหรือข้อบกพร่อง
2. “การคืนสินค้า” หมายถึง การที่ผู้จำหน่ายส่งคืนสินค้าที่ได้ซื้อจากทางบริษัท โดยบริษัทจะดำเนินการโดยยึดตาม 'ระเบียบการจัดการคืนสินค้า' ของบริษัท
- ผู้บริโภคสามารถแจ้งความประสงค์ขอคืนสินค้าที่ยังไม่ได้ถูกใช้งานภายใน 14 วันนับจากวันที่ซื้อ โดยยื่นเรื่องไปที่ IBO ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายสินค้านั้น ๆ หรือสามารถแจ้งบริษัทโดยตรงได้
- ผู้จำหน่ายสามารถดำเนินการขอยกเลิกสัญญาผ่านทางลายลักษณ์อักษร (รวมถึงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์) ได้ภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ทำสัญญา โดยสินค้าที่ส่งคืนจะต้องอยู่ในสภาพที่สามารถนำไปจำหน่ายต่อได้
ข้อ 19 (การโอนสิทธิ์ของผู้จำหน่าย) ตามหลักการแล้ว สิทธิ์ของผู้จำหน่ายไม่สามารถโอนให้แก่สมาชิกในครอบครัวหรือบุคคลอื่นได้โดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ในกรณีดังต่อไปนี้ บริษัทอาจพิจารณาให้โอนสิทธิ์แก่ญาติ คู่สมรส หรือทายาทตามกฎหมายได้ หลังจากที่ทำการตรวจสอบหลักฐานเรียบร้อยแล้ว
1. กรณีที่ผู้จำหน่ายเสียชีวิต
2. กรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ผู้จำหน่ายถือว่าเสียชีวิตโดยผลของกฎหมาย อันเนื่องมาจากการหายสาบสูญตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ การหายสาบสูญในกรณีพิเศษ (1 ปี) หรือการสาบสูญในกรณีทั่วไป (5 ปี) (โดยต้องยื่นเอกสารรับรองจากทางศาลเพื่อประกอบการพิจารณา)
บทที่ 5 ข้อห้ามสำหรับผู้จำหน่ายการสิ้นสุดสถานะสมาชิก
ในกรณีที่ผู้จำหน่ายกระทำการอันเข้าข่ายในข้อกำหนดดังต่อไปนี้ บริษัทมีอำนาจในการสั่งให้สถานะสมาชิกของผู้จำหน่ายรายนั้นสิ้นสุดลงโดยทันที
ข้อ 20 (การลงทะเบียนสมาชิกโดยไม่ได้รับความยินยอม) ผู้จำหน่ายต้องไม่กระทำการลงทะเบียน (แนะนำ) บุคคลอื่นให้เป็นผู้จำหน่ายระดับต่ำของตนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้น หรือกระทำการหลอกลวงขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาสมุดบัญชี โดยอ้างวัตถุประสงค์อื่น เช่น การสมัครประกันภัย แล้วนำไปลงทะเบียนเป็นผู้จำหน่าย “บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการขายตรงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”
ข้อ 21 (การลงทะเบียนบุคคลที่มีข้อจำกัดในการสมัคร) ผู้จำหน่ายต้องไม่กระทำการลงทะเบียนบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นผู้จำหน่าย ซึ่งรวมถึงบุคคลดังต่อไปนี้ ได้แก่ ครู (รวมถึงบุคลากรทางการศึกษา), ข้าราชการ, ผู้เยาว์ (ยกเว้นกรณีที่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมตามกฎหมาย), นักเรียน รวมถึงบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน เป็นต้น
ข้อ 22 (การบังคับลงทะเบียนสมาชิกหรือบังคับทำสัญญาซื้อขาย) ผู้จำหน่ายต้องไม่กระทำการบังคับให้บุคคลอื่นทำสัญญาซื้อขายสินค้า หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการใช้กำลังข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขัดขวางการยกเลิกสัญญา
ข้อ 23 (การแพร่เผยข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่เกินจริง) ผู้จำหน่ายต้องไม่กระทำการหลอกลวง โดยเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรืออวดอ้างเกินความเป็นจริง ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเกิดความเข้าใจผิดว่าสินค้ามีคุณภาพดีเลิศหรือมีข้อได้เปรียบเกินความเป็นจริง รวมถึงห้ามให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับราคาและคุณภาพของสินค้าเพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อขาย นอกจากนี้ ห้ามมิให้ผู้จำหน่ายแสดงความคิดเห็นหรือตีความข้อมูลต่าง ๆ ตามอำเภอใจ นอกเหนือไปจากประกาศอย่างเป็นทางการของทางบริษัท
ข้อ 24 (การกระทำที่เป็นการสร้างภาระหรือการมอบพันธะหน้าที่) ผู้จำหน่ายต้องไม่กระทำการมอบพันธะหรือกำหนดเงื่อนไขที่เป็นภาระ แก่ผู้ที่ลงทะเบียนแล้วหรือผู้ที่ประสงค์จะลงทะเบียนเป็นผู้จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ ค่าธรรมเนียมการสมัคร, ค่าอุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนการขาย, ค่าอบรม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดก็ตามที่เกินกว่า "ระดับที่กำหนดไว้พระราชกฤษฎีกา"
ข้อ 25 (การกระทำที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกคำสั่งซื้อ) ผู้จำหน่ายต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้
1. การกระทำเพื่อขัดขวางการยกเลิกคำสั่งซื้อหรือการยกเลิกสัญญา เช่น ทำให้สินค้าบางส่วนเสียหาย, การเปลี่ยนที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ (ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้) หรือจงใจชักจูงให้ชะลอการใช้สินค้าเพื่อจุดประสงค์ในการคืนสินค้า
2. การเปลี่ยนหรือคืนสินค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของสินค้า
3.การจงใจคืนสินค้าหรือคืนสินค้าพร้อมกับลาออกจากการเป็นสมาชิกแล้วไปลงทะเบียนอยู่ในสายงานอื่นโดยใช้ชื่อตนเองหรือยืมชื่อผู้อื่น การชักจูงให้ผู้อื่นกระทำการดังกล่าวถือเป็นข้อห้ามสำหรับผู้จำหน่าย
4. การจงใจชักจูงให้ผู้จำหน่ายรายอื่นคืนสินค้าเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การย้ายไปบริษัทอื่น จนนำไปสู่การคืนสินค้าเป็นกลุ่มอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการคืนสินค้าเป็นกลุ่มถือเป็นพฤติกรรมการขายที่ผิดปกติอย่างร้ายแรง (อันเป็นผลมาจากการทำยอดขายลักษณะเดิมพันเพื่อหวังเลื่อนตำแหน่งและรับค่าตอบแทน หรือการย้ายบริษัทอย่างเป็นระบบ) ผู้ที่เข้าข่ายดังกล่าวจะถูกยกเลิกสถานภาพสมาชิกทันที และถูกห้ามลงทะเบียนใหม่อย่างถาวร
ข้อ 26 (การซื้อเกินความจำเป็นหรือการบังคับซื้อ)
1. ผู้จำหน่ายจะต้องไม่กระทำการบังคับซื้อสินค้าแก่อีกฝ่าย เช่น การจัดส่งสินค้าให้โดยที่ฝ่ายนั้นมิได้ทำสัญญาสั่งซื้อและทำการเรียกเก็บเงินค่าสินค้า เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องไม่กระทำการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้จัดจำหน่ายที่มีระดับต่ำ
2.ผู้จำหน่ายจะต้องไม่ซื้อสินค้าเกินความจำเป็นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเลื่อนตำแหน่งหรือการรับโบนัสทั้งของตนเองและของผู้จำหน่ายที่อยู่ในระดับสูง อีกทั้งจะต้องไม่ชักจูง สร้างภาระ หรือบังคับให้ผู้จัดจำหน่ายระดับต่ำกระทำการในลักษณะดังกล่าว
3. ผู้จำหน่ายจะต้องไม่กระทำการบังคับให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าผ่านทางโทรศัพท์, เครื่องแฟกซ์, การสื่อสารทางคอมพิวเตอร์ และอื่น ๆ ทั้งที่ผู้บริโภคได้แสดงเจตนาอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่มีความประสงค์จะซื้อสินค้า
ข้อ 27 (การกระทำการขายโดยอาศัยสถานะทางสังคม)
ผู้จำหน่ายจะต้องไม่ใช้สถานะทางสังคมหรือตำแหน่งหน้าที่การงานบังคับให้บุคคลอื่นลงทะเบียนเป็นผู้จำหน่ายระดับต่ำของตน และจะต้องไม่แพร่กระจายข้อมูลอันเป็นเท็จว่ามีบุคคลชื่อเสียงหรือศิลปินดาราลงทะเบียนเป็นผู้จำหน่าย ทั้งที่บุคคลเหล่านั้นไม่ได้ลงทะเบียนจริง เพื่อวัตถุประสงค์ในการชักชวนให้ผู้อื่นลงทะเบียนเป็นผู้จำหน่ายหรือเพื่อขายสินค้า
ข้อ 28 (การดำเนินธุรกิจที่ผิดปกติอื่น ๆ เช่น การพำนักร่วมกัน, การหนีออกจากบ้าน )
ผู้จำหน่ายจะต้องไม่บังคับผู้ที่ประสงค์จะสมัครเป็นผู้จำหน่ายหรือผู้ที่เป็นผู้จำหน่ายอยู่แล้ว ให้เข้ารับการอบรม, พักอาศัยรวมกลุ่มกัน หรือการให้หนีออกจากบ้านเป็นระยะเวลานานเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจโดยขัดต่อความเจตจำนงของผู้นั้น รวมถึงจะต้องไม่เพิกเฉยหรือให้การสนับสนุนต่อการกระทำดังกล่าวหรือการกระทำอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
ข้อ 29 (การขัดขวางการดำเนินธุรกิจ)
ห้ามมิให้อดีตผู้จำหน่ายของบริษัทไปสมัครเข้ากับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน แล้วกระทำการชักชวนผู้จำหน่ายที่ยังสังกัดบริษัทอยู่ให้ไปทำธุรกิจกับบริษัทอื่น หรือกระทำการให้ร้ายป้ายสี แพร่กระจายข่าวลือ เพื่อมุ่งหวังให้โครงสร้างองค์กรของบริษัทแตกแยก หรือกระทำการขายสินค้าของบริษัทอื่นแก่สมาชิกของบริษัท ซึ่งการกระทำเหล่านี้ถือเป็นข้อห้ามอย่างเด็ดขาด ในกรณีนี้ หากบริษัทตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความจริง บริษัทมีสิทธิ์พิจารณา ยกเลิกสถานะการ เป็นผู้จำหน่ายได้ทันที
ข้อ 30 (การแอบอ้างเป็นพนักงานบริษัท หรือการแอบอ้างสิทธิผูกขาด)
1. ผู้จำหน่ายทุกคน ไม่มีความสัมพันธ์ในฐานะลูกจ้างหรือหุ้นส่วนกับบริษัท และไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม ห้ามมิให้กระทำการแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนของบริษัท หรือแอบอ้างว่าเป็นผู้บริหารและพนักงานของบริษัทโดยเด็ดขาด
2. ผู้จำหน่ายทุกคนห้ามมิให้กระทำการแอบอ้างว่าสินค้าของบริษัทเป็นสินค้าของบริษัทอื่น ห้ามแอบอ้างว่าตนมีสิทธิการขายแต่เพียงผู้เดียว หรือมีสิทธิผูกขาดในพื้นที่ (รวมถึงการแอบอ้างว่ามีตำแหน่งเป็นผู้จัดการสาขา)
3. ผู้จำหน่ายห้ามกระทำการใด ๆ ที่เป็นการส่งเสริมให้บุคคลที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้จำหน่ายของบริษัท มาดำเนินกิจกรรมทางการขายในฐานะผู้จำหน่าย
ข้อ 31 (การโฆษณาเกินจริงและการละเลยหน้าที่ในการให้ข้อมูล)
ผู้จำหน่ายจะต้องไม่ให้ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับสินค้าและเกณฑ์การจ่ายโบนัสตามแผนการตอบแทนของบริษัท รวมถึงต้องไม่ขาดการติดต่อหลังจากขายสินค้า หรือทำเพียงส่งมอบสินค้าโดยละเลยการบริการหลังการขาย
ข้อ 32 (การยุยงให้เกิดพฤติกรรมการเสี่ยงโชคและการจูงใจให้ทำยอดขาย)
ผู้จำหน่ายต้องไม่โฆษณาเกณฑ์การจ่ายโบนัสของบริษัทในลักษณะที่เป็นการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการเสี่ยงโชค โดยกล่าวอ้างว่าสามารถทำเงินได้ง่ายเพียงแค่หาสมาชิกมาสมัครเท่านั้น หรือจูงใจให้เกิดการลงทุนในจำนวนเงินมหาศาล นอกจากนี้ ห้ามจูงใจให้เกิดยอดขายกับบุคคลที่ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ (เช่น นักเรียน, ผู้เยาว์, ผู้สูงอายุและทุพพลภาพ, ผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ เป็นต้น)
ข้อ 33 (การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้จำหน่าย)
ผู้จำหน่ายต้องไม่ใช้ข้อมูลของผู้บริโภคหรือผู้จำหน่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือจากกรณีที่กำหนดไว้ในระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมของผู้จำหน่าย เช่น การจัดส่งสินค้า หรือคำนวณค่าตอบแทน เป็นต้น
ข้อ 34 (การโฆษณาผ่านสื่อมวลชนและการขายผ่านช่องทางดังกล่าว) ห้ามมิให้กระทำการดังต่อไปนี้:
1. การโฆษณาผ่านสื่อมวลชนในนามของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต, การจัดอบรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (เช่น ประเด็นทางสังคม, การแสดงความเห็นทางการเมือง, ศาสนา เป็นต้น) หรือการผลิต จัดจำหน่าย และขายสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท (ชื่อกิจการ, โลโก้ และอื่น ๆ) โดยไม่ได้รับอนุมัติจากบริษัท
2. ห้ามทำการลงทะเบียนทำการตลาด, โฆษณา, ประชาสัมพันธ์, การลงมติร่วมกัน หรือจำหน่ายสินค้าและบริการ รวมถึงโอกาสทางธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการขาย ผ่านเว็บไซต์ที่ให้บริการออนไลน์หรือตลาดออนไลน์ (เช่น ร้านค้าออนไลน์, คาเฟ่, บล็อก เป็นต้น) หากตรวจพบว่ามีการละเมิดนโยบายนี้ จะได้รับบทลงโทษในภายหลัง (รวมถึงการยกเลิกสถานะผู้จำหน่ายที่เกี่ยวข้อง)
3. การใช้นามบัตรอื่นนอกเหนือจากนามบัตรที่บริษัทกำหนด (ผู้จำหน่ายสามารถใช้นามบัตรได้อย่างอิสระ ตราบใดที่ไม่มีการแอบอ้างเป็นผู้บริหารของบริษัท)
4. การจำหน่ายสินค้าหรือการรับสมัครผู้จำหน่าย โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มบุคคลทั่วไปผ่านวิธีการเปิดเผยในที่สาธารณะ
ข้อ 35 (การเปลี่ยนสายงาน)
1. ผู้จำหน่ายไม่สามารถเปลี่ยนสายงานได้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ และห้ามชักจูงให้เกิดการเปลี่ยนสายงานในทุกรูปแบบ เช่น การใช้นามแฝงหรือยืมชื่อบุคคลอื่นในองค์กรผู้จำหน่ายที่จัดตั้งขึ้น การเพิกเฉยต่อการคืนสินค้า หรือการจงใจปล่อยให้ระยะเวลาอายุสมาชิกสิ้นสุดลง
2. ในกรณีที่มีการดำเนินการลงทะเบียนใหม่เนื่องจากละเมิดข้อบังคับและระเบียบการจัดการผู้จำหน่าย เช่น การร้องเรียน การขัดแย้งระหว่างสายงาน และการสร้างความเสื่อมเสียทางธุรกิจ บริษัทจะไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนใหม่ และในกรณีที่มีการดำเนินธุรกิจ (เกิดยอดขายหรือมีการสร้างธุรกิจเครือข่าย) ในสายงานอื่นโดยใช้ชื่อตนเองหรือชื่อบุคคลอื่น ดำเนินการย้ายสายเครือข่าย (downline) ที่เคยจัดตั้งไว้ทั้งหมด (รวมถึงยอดขาย) กลับคืนสู่สายงานเดิมก่อนการลงทะเบียนใหม่ และผู้ที่เกี่ยวข้องจะถูกดำเนินการลงโทษตามกฎหมายและระเบียบการจัดการผู้จำหน่ายตามความหนักเบาของความผิด
ข้อ 36 (การใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบและการละเลยหน้าที่ในการสนับสนุนการอบรม)
พฤติกรรมที่ผู้จำหน่ายใช้ตำแหน่งของตนในการเรียกร้องสิ่งที่สร้างความลำบากใจแก่ผู้จำหน่ายระดับต่ำ การกล่าวคำพูดที่ส่งผลกระทบต่อสถานะการเป็นสมาชิกของผู้จำหน่ายระดับต่ำและกล่าวถ้อยคำรุนแรงอย่างเปิดเผย ตลอดจนไม่จัดการอบรมและไม่ให้การสนับสนุนอย่างจริงใจแก่ผู้จำหน่ายระดับต่ำ หรือการมุ่งเน้นเพียงการรับโบนัสโดยปล่อยปละละเลยต่อแนวทางธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง
ข้อ 37 (การหมิ่นประมาทบริษัทและผู้จำหน่าย)
การกระทำใด ๆ ที่เป็นการเจตนาหมิ่นประมาทบริษัทหรือผู้จำหน่ายรายอื่น ไม่ว่าจะในที่สาธารณะหรือที่ส่วนตัว หรือแม้แต่การส่งต่อข้อมูลที่เป็นความจริง แต่หากการกระทำนั้นส่งผลให้ชื่อเสียงของบริษัทหรือผู้จำหน่ายรายอื่นได้รับความเสียหายจะถือว่ามีความผิด
ข้อ 38 (การรับและการมอบสิทธิของผู้จำหน่าย) ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ผู้จำหน่ายห้ามกระทำการรับและส่งมอบสถานะของผู้จำหน่ายโดยจงใจปกปิด รวมถึงห้ามรับและส่งมอบสิทธิขององค์กรการขายและผู้จำหน่ายให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้ในข้อ 19 วรรค 1 และวรรค 2 ของข้อบังคับนี้
ข้อ 39 (การละเลยการส่งมอบสินค้าและธุรกรรมทางการเงิน)
1. ผู้จำหน่ายห้ามใช้เครือข่ายของบริษัทในการทำธุรกรรมทางการเงินโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง หรือการปลอมแปลงธุรกรรมทางการเงินให้ดูเหมือนมีการซื้อขายสินค้า รวมถึงห้ามแนะนำให้ผู้อื่นกระทำพฤติกรรมดังกล่าว
2. หลังจากผู้จำหน่ายทำการขาย (สัญญา) จะต้องส่งมอบสินค้าให้ถูกต้อง หรือตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าได้ถูกส่งถึงมือผู้ซื้อแล้ว และต้องแจ้งข้อมูลสินค้า (เช่น วิธีการใช้งาน) รวมถึงอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้าให้ผู้ซื้อทราบอย่างชัดเจน
ข้อ 40 (การใส่ร้ายผู้จำหน่ายรายอื่นอย่างไม่มีมูล) ห้ามกระทำการร้องขอให้มีการลงโทษผู้จำหน่ายรายอื่นโดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน หรือการยื่นรายชื่อลงนามร่วมกันที่เป็นเท็จ รวมถึงการเสนอให้ยกเลิกการลงโทษโดยอ้างเหตุผลว่าได้คลี่คลายความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้งแล้วหลังจากที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปก่อนหน้านี้
ข้อ 41 (พฤติกรรมทางธุรกิจที่ผิดจรรยาบรรณ)
1. พฤติกรรมที่ผิดจรรยาบรรณ เช่น การทำผิดศีลธรรม, การหนีออกจากบ้านเนื่องจากความขัดแย้งในครอบครัว หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ ระหว่างผู้จำหน่ายชายและหญิง แม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นปัญหาส่วนตัว แต่หากส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมธุรกิจและระเบียบวินัยที่ถูกต้อง ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของบริษัท หรือไม่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้จำหน่ายรายอื่นในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงได้ ตลอดจนพิจารณาได้ว่าเป็นการสร้างผลกระทบในวงกว้าง บริษัทสามารถสั่งยกเลิกสถานะการ เป็นผู้จำหน่ายหรือดำเนินการตามมาตรการอื่น ๆ ได้
2. การยื่นเอกสารอันเป็นเท็จเกี่ยวกับยอดขายหรือการลงทะเบียนผู้จำหน่าย
บทที่ 6 การดำเนินงานของคณะกรรมการจริยธรรมและการพักสิทธิ์สมาชิก
ข้อ 42 (การดำเนินงานของคณะกรรมการจริยธรรม) เพื่อเป็นการสร้างรากฐานวัฒนธรรมทางธุรกิจที่ถูกต้อง และเพื่อป้องกันความเสียหายล่วงหน้าที่อาจเกิดขึ้นกับผู้จำหน่ายรายอื่นที่ดำเนินงานโดยสุจริต ในกรณีที่มีการฝ่าฝืน "บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการขายตรง" และระเบียบข้อบังคับฉบับนี้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความผิดร้ายแรง บริษัทอาจดำเนินการลงโทษประการต่าง ๆ ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรม ซึ่งอาจต้องดำเนินมาตรการพักสิทธิ์สมาชิกเป็นระยะเวลา 1 เดือนขึ้นไป และผู้ที่ถูกลงโทษจะต้องปฏิบัติตามการตัดสินใจดังกล่าว
<ข้อยกเว้น: หากตรวจสอบพบข้อเท็จจริงในเรื่อง "การสมัครเป็นสมาชิกหรือทำกิจกรรมร่วมกับบริษัทอื่น" ตามมาตรา 29 บริษัทสามารถดำเนินการ "ยกเลิกสถานภาพสมาชิก " ได้ทันที โดยอาจละเว้นขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรม>
1. คณะกรรมการจริยธรรม ประกอบด้วยผู้บริหารและพนักงานของบริษัท จำนวนรวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 5 ท่านขึ้นไป
2. ขั้นตอนการดำเนินการพิจารณาโทษทางวินัยให้เป็นไปตามลำดับดังต่อไปนี้
ผู้ร้องเรียน ➔ รับเรื่องร้องเรียน (พร้อมหลักฐานประกอบ) ➔ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานการณ์จริง ➔ ร้องขอการสอบสวนภายใน (นัดพบพูดคุยกันทั้งสามฝ่ายหากจำเป็น) ➔ ส่งเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรม ➔ คณะกรรมการจริยธรรมจัดการแระชุมร่วมสามฝ่าย ➔ ตัดสินบทลงโทษ ➔ แจ้งผลการลงโทษ (ส่งหนังสือรับรองเนื้อหาทางไปรษณีย์ และพิจารณาใหม่หากมีการอุทธรณ์ในกรณีที่จำเป็น) ➔ บังคับใช้บทลงโทษ
① การลงโทษทางวินัยของคณะกรรมการจริยธรรม แบ่งออกเป็น การพักสิทธิ์สมาชิก (ระยะเวลาตั้งแต่ 1 เดือน จนถึง 6 เดือน) และการยกเลิกสถานภาพสมาชิก (การตัดรายชื่อออก)
② การยื่นเรื่องร้องเรียน ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร (รวมถึงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์)
③ บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากจำเป็นจะดำเนินการตรวจสอบสถานการณ์จริง (สถานที่เกิดเหตุ)
④ ในระหว่างกระบวนการดำเนินการ หากมีการร้องขอการสอบสวนภายใน ผู้จำหน่ายต้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตาม
⑤ ผู้จำหน่ายที่ได้รับหนังสือแจ้งบทลงโทษ สามารถยื่นอุทธรณ์ (เพื่อชี้แจงและแก้ต่าง) เป็นลายลักษณ์อักษรได้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
⑥ เมื่อมีมติลงโทษ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถูกลงโทษทราบผ่านหนังสือรับรองเนื้อหา ในกรณีที่ไม่สามารถส่งหนังสือได้เนื่องจากไม่ทราบที่อยู่ชัดเจนหรือเหตุผลอื่น บริษัทจะทำการประกาศแจ้ง ณ สถานที่ประกอบการนั้น ๆ (รวมถึงช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) หากพ้นกำหนด 10 วันนับจากวันที่ประกาศแล้วไม่มีการแสดงเจตจำนงในการอุทธรณ์ จะถือว่ายอมรับและดำเนินการตามบทลงโทษที่ได้แจ้งไว้
ข้อ 43 (การตักเตือน) ในกรณีที่ผู้จำหน่ายกระทำการอันเป็นข้อห้ามสำหรับผู้จำหน่าย หรือกระทำการใด ๆ ที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับฉบับนี้ หรือในกรณีที่เป็นความผิดเล็กน้อย บริษัทสามารถดำเนินการตักเตือนผู้จำหน่ายรายดังกล่าวได้ (อย่างไรก็ตาม หากมีการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับนี้ซ้ำอีกภายใน 12 เดือนนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งตักเตือน บริษัทสามารถพักสิทธิ์สมาชิกได้สูงสุด 6 เดือน หรืออาจดำเนินการถึงขั้นยกเลิกสถานภาพสมาชิก (การตัดรายชื่อออก))
ข้อ 44 (การพักสิทธิ์สมาชิก)
1. กรณีที่สถานะสมาชิกจะถูกพักสิทธิ์ มีดังต่อไปนี้
① กรณีที่มีการฝ่าฝืนข้อห้ามสำหรับผู้จำหน่ายอย่างร้ายแรง จนก่อให้เกิดปัญหาเป็นวงกว้าง
② กรณีที่มีการลงทะเบียนและดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจโดยใช้ชื่อผู้อื่น (เช่น การยืมชื่อบุคคลอื่น เป็นต้น) ก่อนครบกำหนด 180 วัน นับจากวันถัดจากวันที่ถูกพักสิทธิ์ ยกเลิกสถานภาพสมาชิก หรือลาออกจากการเป็นสมาชิก
2. ในกรณีที่ผู้จำหน่ายฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับอย่างร้ายแรง บริษัทสามารถดำเนินการพักสิทธิ์สมาชิกได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตักเตือน ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ผู้จำหน่ายรายดังกล่าวทราบพร้อมกับการพักสิทธิ์ในทันที
3. ผู้ที่เข้าข่ายการถูกพักสิทธิ์สมาชิกครอบคลุมไปถึงผู้จำหน่ายที่อยู่ในระดับสูงสุด โดยมีระยะเวลาการพักสิทธิ์ตั้งแต่ขั้นต่ำ 1 เดือน จนถึงระดับสูงสุดเป็นเวลา 6 เดือน
4. ผู้จำหน่ายที่ถูกพักสิทธิ์สมาชิกจะถูกจำกัดสิทธิ์ในการกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ในฐานะผู้จำหน่ายตลอดระยะเวลาที่ถูกพักสิทธิ์ ดังนี้
① การเสียสิทธิ์ในการซื้อและขายสินค้า
② การเสียสิทธิ์ในการแนะนำลูกค้าและ IBO ใหม่
③ ห้ามเข้าใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทและ My Office
④ ห้ามเข้าร่วมการอบรมของบริษัท
⑤ ห้ามเข้า-ออก IBO Square
⑥ ห้ามมีการติดต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่าง IBO
บทที่ 7 การลาออกและการยกเลิกสัญญา
ข้อ 45 (การลาออก) ผู้จำหน่ายทุกคนสามารถลาออกเมื่อใดก็ได้ตามความประสงค์ของตนเอง โดยการกรอก "ใบลาออกจากการเป็นผู้จำหน่าย" และยื่นต่อบริษัท ทั้งนี้ เอกสารต่างทั้งหมด ที่ยื่นมาแล้วจะไม่สามารถรับคืนได้ ทางบริษัทและผู้สนับสนุนจะไม่ทำการขัดขวางเจตนาการลาออกของผู้จำหน่าย หรือกำหนดเงื่อนไขใด ๆ เพิ่มเติม รวมถึงสร้างความเสียสิทธิ์ใด ๆ อันเนื่องมาจากการลาออก นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในกฎระเบียบการคืนสินค้า
ข้อ 46 (การยกเลิกสัญญา <การตัดรายชื่อออก>)
(1) กรณีที่สัญญาของตัวแทนจำหน่ายจะถูกเพิกถอน มีดังต่อไปนี้
① กรณีถูกลงโทษให้ 'ยกเลิกสัญญา' อันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัท
② กรณีตรวจพบว่ามีการกรอกข้อมูลเท็จลงในใบสมัครลงทะเบียนผู้จำหน่ายของตนเอง
③ กรณีก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
"ความเสียหายร้ายแรงต่อการดำเนินธุรกิจ" หมายถึง การทำให้บริษัทได้รับความเสียหายทางการเงิน เช่น การทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเสื่อมเสีย, การคืนสินค้าจำนวนมากโดยเจตนา, การไม่ปฏิบัติตามกฎจนเกิดการฟ้องร้อง
④ กรณีเกิดการชักชวน (แนะนำ, จูงใจ/บังคับให้เกิดการลงทะเบียน) ประชาสัมพันธ์และขายสินค้าของบริษัทเครือข่ายอื่น หรือธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน (รวมถึงการขายตรง และธุรกิจเครือข่าย (MLM)) ให้แก่ผู้จำหน่ายของบริษัท หรือการกระทำอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับการกระทำดังกล่าว (เช่น สกุลเงินดิจิทัล <คอยน์> เป็นต้น)
(2) บริษัทสามารถยกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการพักสิทธิ์ สำหรับผู้จำหน่ายที่ก่อให้เกิดคำวิจารณ์ร้ายแรง และเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ความสัมพันธ์ทางกฎหมายทั้งหมดกับบริษัทจะยุติ และจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ใด ๆ ในฐานะผู้จำหน่ายได้อีก
(3) ในกรณีเกิดการยกเลิกสถานะการเป็นผู้จำหน่าย บริษัทสามารถบังคับใช้มาตรการลงโทษทางวินัยต่อผู้จำหน่ายที่เกี่ยวข้องไป รวมถึงผู้จำหน่ายที่มีระดับสูง (ครอบคลุมผู้จำหน่ายในสายงานทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ผู้จำหน่ายระดับสูงเท่านั้น) ซึ่งพิจารณาโดยรวมจากความหนักเบาของกรณี มีการรับรู้ถึงการกระทำผิดล่วงหน้าหรือไม่, การปฏิบัติหน้าที่ในการอบรมและสนับสนุนอย่างจริงใจ ตลอดจนความรับผิดชอบการจัดการในฐานะผู้ดำรงตำแหน่ง
ข้อ 47 (การลงทะเบียนใหม่ของผู้จำหน่าย)
(1) กรณีที่ผู้จำหน่ายมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด สถานะสมาชิกจะถูกพักสิทธิ์ และสามารถลงทะเบียนใหม่เป็นผู้จำหน่ายได้ทันทีนับตั้งแต่ช่วงที่ถูกพักสิทธิ์ (2) กรณีลาออกโดยความสมัครใจ จะสามารถลงทะเบียนเป็น IBO ใหม่ได้ก็ต่อเมื่อไม่มีการดำเนินกิจกรรมใด ๆ เป็นเวลา 6 เดือนนับจากวันที่ลาออก (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "ระยะเวลาที่ไม่มีการเคลื่อนไหว")
(3) ระยะเวลาที่ไม่มีการเคลื่อนไหว หมายถึง ช่วงเวลาหลังจากลาออกที่ไม่มีการดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ โดยสิทธิ์ขาดในการตัดสินว่าเข้าเงื่อนไขระยะเวลาที่ไม่มีเคลื่อนไหวหรือไม่นั้นอยู่ที่บริษัท กิจกรรมใด ๆ ที่กล้าวข้างต้น มีดังต่อไปนี้
① กิจกรรมการดำเนินการขาย (รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคหรือซื้อสินค้าเพื่อใช้เองหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น)
② ทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท เช่น การเข้าร่วมอบรม, การประชาสัมพันธ์, การขาย และกิจกรรมสนับสนุน เป็นต้น
(4) วันที่สามารถสมัครใหม่ได้ ให้ยึดตามระเบียบด้านล่าง ดังนี้
① ผู้จำหน่ายที่ไม่มีการดำเนินกิจกรรม: สามารถลงทะเบียนใหม่ได้ทันทีนับจากวันที่สถานะสมาชิกถูกพักสิทธิ์
② ผู้ที่ลาออกโดยความสมัครใจ: สามารถลงทะเบียนใหม่ได้หลังจากผ่านช่วงระยะเวลาที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ครบ 6 เดือนนับจากวันที่การลาออก
(5) บริษัทมีสิทธิ์ปฏิเสธการรับลงทะเบียนใหม่ถาวรสำหรับผู้จำหน่ายที่พ้นสภาพอันเนื่องมาจากการถูกลงโทษทางวินัย
(6) อันเนื่องมาจากข้อกำหนดของผู้จำหน่ายที่ไม่มีการดำเนินกิจกรรม หลังจากผ่านระยะเวลาไปแล้ว 1 ปี นับจากวันที่เกิดการฝ่าฝืนกฎขึ้น ผู้จำหน่ายที่มีระดับเดิมจะไม่สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้
บทที่ 8 การประกาศ
ข้อ 48 (การประกาศ) บริษัทสามารถประกาศรายชื่อผู้จำหน่ายที่ถูกลงโทษตักเตือน, พักสิทธิ์ หรือยกเลิก สัญญา เนื่องจากการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับนี้ ผ่านทางเอกสารทางการที่ถูกส่งไปยังสถานที่ประกอบการ หรือผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัท ซึ่งถือเป็นการสร้างรากฐานวัฒนธรรมทางธุรกิจอันชอบธรรม
กฎระเบียบเพิ่มเติม
ข้อ 1 (การบังคับใช้) ระเบียบข้อบังคับฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่บริษัทประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 2 (การปรับใช้ข้อกำหนด) กรณีมีเหตุที่เกิดขึ้นก่อนที่ระเบียบฉบับนี้จะบังคับใช้ ให้ยึดตามระเบียบฉบับเดิม เว้นแต่ในส่วนที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในระเบียบฉบับนี้ หรือที่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการขายตรง
ข้อ 3 (ข้อกำหนดที่ต้องจัดการและปฏิบัติตามเป็นพิเศษ)
ผู้จำหน่ายที่สมัครเข้ามาโดยฝ่าฝืน ข้อ 6 (ข้อจำกัดในการลงทะเบียน) จะต้องดำเนินการลาออกในทันที (โดยไม่ชักช้า) และหากไม่ปฏิบัติตาม บริษัทสามารถดำเนินการบังคับให้พ้นสภาพจากการเป็นผู้จำหน่ายได้ทันที
ข้อ 4 (การเปลี่ยนแปลงชื่อของผู้ลงทะเบียนด้วยนามแฝง) อันเนื่องมาจากระเบียบข้อบังคับข้อ 19 และข้อ 38 ของฉบับนี้ ผู้จำหน่ายไม่สามารถลงทะเบียนหรือดำเนินกิจกรรมด้วยนามสมมติหรือชื่อผู้อื่นได้ และไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ผู้จำหน่ายไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชื่อ (การแลกเปลี่ยนชื่อกัน) ระหว่างกันโดยใช้ชื่อของครอบครัวหรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ชื่อจริงของตนเอง หากไม่ปฏิบัติตามหรือบริษัทตรวจสอบพบ สามารถพักสิทธิ์และยกเลิกสถานะการเป็นผู้จำหน่ายได้ทันที และอาจดำเนินการให้พ้นสภาพโดยบังคับตามความหนักเบาของกรณี
ข้อ 5 (การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้จำหน่าย) บริษัทสามารถให้ข้อมูลและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้จำหน่ายได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดส่งสินค้า, การตรวจสอบการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต, การป้องกันความเสียหายต่อผู้บริโภค, การเรียกคืนค่าตอบแทนที่จ่ายไปแล้ว และการแจ้งข่าวสารทางธุรกิจ เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 6 (การแจ้งการเปลี่ยนแปลงระบบการดำเนินธุรกิจและเนื้อหาสัญญา)
เพื่อให้เป็นไปตามการปฏิบัติตามหน้าที่ในการแจ้ง (การออกเอกสาร) ตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของสัญญา บริษัทจะดำเนินการแจ้งผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แบบฟอร์มสัญญา, เว็บไซต์ทางการของบริษัท, อีเมลส่วนตัว, วารสารบริษัท, หรือหนังสือประกาศ ที่ส่งไปยังสถานที่ประกอบการ เช่น ศูนย์ธุรกิจ เป็นต้น
[ กฎระเบียบเพิ่มเติม ]
1. ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 8 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2563
본인 외 주문(제3자 주문)에 대한 동의
ท่านสามารถให้หมายเลขสมาชิกแก่บุคคลอื่นเพื่อใช้ในการสั่งซื้อสินค้าได้โดยความสมัครใจของท่าน.
ท่าน หรือบุคคลที่สามซึ่งได้รับหมายเลขสมาชิกจากท่านหรือจากอินคิวเทน สามารถใช้หมายเลขสมาชิกของท่านเพื่อทำการสั่งซื้อสินค้า ผ่านช่องทางที่อินคิวเทนจัดเตรียมไว้สำหรับการสั่งซื้อสินค้า เช่น เว็บไซต์อินคิวเทน โมบายเว็บ ศูนย์บริการ (ยื่นคำขอด้วยตนเอง) ศูนย์บริการลูกค้า เป็นต้น.
การไม่ให้ความยินยอมต่อรายการดังกล่าวจะไม่ส่งผลให้สมาชิกได้รับความเสียหายหรือเสียสิทธิใด ๆ และแม้ว่าสมาชิกจะได้ให้ความยินยอมแล้ว สมาชิกสามารถเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวได้ตลอดเวลา โดยแจ้งความประสงค์ในการเพิกถอนต่ออินคิวเทน.
อย่างไรก็ตาม หากไม่ให้ความยินยอม บุคคลที่สามจะถูกจำกัดไม่ให้ใช้หมายเลขสมาชิกของท่านในการสั่งซื้อสินค้า.
ข้าพเจ้าได้อ่านและทำความเข้าใจคำอธิบายเกี่ยวกับการสั่งซื้อโดยบุคคลอื่นและการเปิดเผยรวมถึงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สามของบริษัทแล้ว และยินยอมให้บุคคลที่สามใช้หมายเลขสมาชิกของข้าพเจ้าในการสั่งซื้อสินค้ากับอินคิวเทน
[วิธีการถอนความยินยอม]
1. เข้าสู่ระบบผ่านเว็บไซต์หรือแอป > My Genie > แก้ไขข้อมูลของฉัน > ยกเลิกเครื่องหมายยินยอมการสั่งซื้อโดยบุคคลที่สาม แล้วกดยืนยัน
2.บริษัท อินคิวเทน จำกัด
135/34 ชั้น12 อาคารอมรพัน์205 ทาวเวอร์ 2 ซอยนาทอง ถ.รชัดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพ 10400
โทรศัพท์: 0811447335
อีเมลล์: cs_thailand@inqten.com
ข้อกำหนดการใช้งานเว็บไซต์
บรรดาข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ https://www.inqten.co.th เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท อินคิวเทน จำกัด และ/หรือ เจ้าของข้อมูลนั้นๆ ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย บริษัทฯ จะให้ความคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสมาชิก บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลเนื้อหาในข้อกำหนดการใช้บริการต่างๆ บน https://www.inqten.co.th โดยจะแจ้ง รายละเอียดใน https://www.inqten.co.th ทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลง.
"ข้อกำหนดทั่วไป
ท่านยินยอมผูกพันตามข้อกำหนดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้บริการเว็บไซต์ https://www.inqten.co.th ตามนโยบายการให้บริการข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ดังนี้
1. การนำเสนอข้อมูลข่าวสารทั้งหมดในเว็บไซต์ของบริษัทฯ นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับ บริษัทฯ ให้แก่สมาชิกนักธุรกิจอินคิวเทน หรือผู้ที่สนใจในธุรกิจของบริษัทฯ โดยจะเป็นนโยบายในการให้บริการ หรือทางการตลาดและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ เท่านั้น ทั้งนี้ การนำเสนอข้อมูลดังกล่าวบริษัทฯ มิได้รับรองว่า ข้อมูลดังกล่าวจะมีความถูกต้องโดยปราศจากข้อผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น และการนำเสนอข้อมูล ดังกล่าวมิได้ก่อให้เกิดสิทธิ์ความรับผิดชอบ และหรือภาระผูกพันทางกฎหมายไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นระหว่าง บริษัทฯ สมาชิกนักธุรกิจอินคิวเทน ผู้ที่สนใจ หรือบุคคล ภายนอกที่เข้ามาใช้บริการเว็บไซต์
2. บรรดาข้อความ ภาพ เสียง เนื้อหา และหรือส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์นี้เป็นงานอันได้รับ ความคุ้มครองในเรื่องของลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ชื่อทางการค้า และสิทธิบัตรตาม กฎหมายเกี่ยวด้วยทรัพย์สินทางปัญญา และรวมถึงกฎหมายอื่นใด ที่บังคับใช้ในประเทศไทย หากบุคคลใด ทำซ้ำ ดัดแปลง ลอกเลียน แก้ไข เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่ายมีไว้หรือกระทำการใดๆ อันเป็นลักษณะ การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯดังกล่าวข้างต้นโดยมิได้รับอนุญาต หรือกระทำการในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ บริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมายกับ บุคคลดังกล่าวโดยทันที
ข้อยกเว้นความรับผิด
เว็บไซต์ https://www.inqten.co.th อาจจะเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ได้ ในทุกเวลา โดยแจ้งประกาศการเปลี่ยนแปลงบนเว็บไซต์ https://www.inqten.co.th ได้ ทั้งนี้สมาชิก ยินยอมให้ถือว่าการเข้าใช้บริการเว็บไซต์ https://www.inqten.co.th ของท่าน ถือเป็นการยอมรับ ข้อกำหนดของนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และการที่ท่านใช้บริการในภายหลังจากที่มี การแจ้งประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ถือเป็นการยอมรับการแก้ไข เปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละครั้ง
ข้อความปฏิเสธการรับประกัน
เว็บไซต์และเนื้อหาของบริษัทฯ แสดงข้อมูล “ที่เป็นอยู่” และ “เท่าที่มี” โดยไม่มีการรับประกันใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับใช้ทางกฎหมายที่สามารถยอมรับได้ บริษัทฯ ขอปฏิเสธการรับประกันใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เกี่ยวกับการรับประกันความสามารถทางการค้า ความเหมาะสมสำหรับ วัตถุประสงค์เฉพาะด้าน และการไม่ละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หลักปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจ หรือ ข้อกำหนดทางการค้าทั้งหมดโดยไม่มีข้อจำกัด บริษัทฯ จะไม่อธิบายหรือรับประกันเกี่ยวกับความสมบูรณ์ การเที่ยงตรง ความถูกต้อง ความซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือ การแพร่กระจาย ความพอเพียง ความเหมาะสม ความสามารถในการใช้งาน การจัดจำหน่าย หรือการดำเนินการของเว็บไซต์หรือเนื้อหา รวมถึงการบริการ หรือความสามารถในการเข้าใช้ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ บริษัทฯ ไม่รับประกันว่าจะไม่มีการรบกวน หรือไม่มี ข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของเว็บไซต์นี้ และไม่รับประกันว่าเว็บไซต์นี้จะไม่มีไวรัสหรือการคุกคามอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์.
ข้อจำกัดของภาระหนี้สิน
บริษัทฯ จะไม่รับภาระหนี้สินหรือความรับผิดชอบใดๆ ทั้งทางตรงทางอ้อม เฉพาะกิจ โดยมิได้ตั้งใจ หรือ ความเสียหายที่ตามมาอันเกิดจากการไม่สามารถเชื่อมต่อหรือใช้งานเว็บไซต์ (หรือเนื้อหารวมถึงการบริการ หรือความสามารถในการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์นี้) แม้ว่าจะมีการแจ้งให้ทราบถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น.
ข้อผิดพลาดและการแก้ไข
แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาข้อมูลในเว็บไซต์ให้ถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ แต่บริษัทฯ ไม่รับประกันหรือแสดงว่าเว็บไซต์นี้จะไม่มีข้อผิดพลาด ข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูลหรือปัญหาทางเทคนิค อื่นๆ อาจทำให้การแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องในบางครั้ง เช่น ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ บริษัทฯ ขอสงวนสทิธิ์ ในการแก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำให้ข้อมูลที่พิมพ์ออกมาไม่ถูกต้อง และไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อข้อผิดพลาด ดังกล่าว นอกจากนี้บริษัทฯ สามารถทำการปรับปรุง และ/หรือเปลี่ยนแปลงท่าน สมบัติการใช้งาน หรือ เนื้อหาในเว็บไซต์ (รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่) ได้ตลอดเวลา หากท่านพบข้อมูลใดที่เชื่อว่าไม่ ถูกต้อง โปรดติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางในหัวข้อ “ติดต่อบริษัทฯ” และบริษัทฯจะตรวจสอบให้
ตัวเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบริษทั ฯในเครือ
เว็บไซต์ของบริษัทฯ มีตัวเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในเครือซึ่งจะช่วยให้ท่านได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การเรียกร้องค่าชดเชย และข้อมูลเปรียบเทียบที่เป็นไปตามข้อบังคับใช้สำหรับ กฎหมายในประเทศของท่านโดยเฉพาะ บริษัทฯ ในเครือจะดำเนินการรับผิดชอบและดูแลเว็บไซต์ของ ตนเองเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมาย ตัวเชื่อมโยงนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกเท่านั้น บริษัทฯไม่รับรอง หรือรับผิดชอบต่อคอนเทนต์หรือการเข้าถึงข้อมูลที่มีอยู่จากเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในเครือ ต่างๆ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านศึกษารายละเอียดของข้อกำหนดการใช้งานสำหรับเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในเครือที่ท่านเข้าเยี่ยมชม
กฎหมายที่บังคับใช้และขอบเขตของกฎหมาย
ข้อกำหนดการใช้งานนี้ถูกควบคุมและเป็นไปภายใต้บังคับตามกฎหมายของราชอาณาจักรไทย โดยไม่ขัดต่อ กฎหมายที่สำคัญอื่นๆ ความขัดแย้งหรือข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดจากการใช้เว็บไซต์นี้จะถูกส่งไปยังศาลของรัฐ หรือศาลของรัฐบาลกลางหรือเขตปกครอง โดยท่านจะต้องยินยอมแบบไม่มีเงื่อนไข หากพบว่าเงื่อนไขใน ข้อกำหนดการใช้งานนี้ผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ เงื่อนไขดังกล่าวจะถูกตัดออกไปและจะไม่ส่งผลกระทบต่อความถูกต้องตามกฎหมายและความสามารถใน การบังคับใช้ของ เงื่อนไขอื่นๆ.
ติดต่อบริษัท ฯ
หากท่านมีข้อแนะนำหรือข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์โปรดส่งอีเมล มาที่ cs_thailand@inqten.com บริษัทฯ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขข้อกังวัลและปัญหาต่างๆ ที่ ท่านแจ้งมายังบริษัทฯ.
บริษัท อินคิวเทน จำกัด
135/34 ชั้น12 อาคารอมรพัน์205 ทาวเวอร์ 2 ซอยนาทอง ถ.รชัดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพ 10400
โทรศัพท์: 0811447335
อีเมลล์: cs_thailand@inqten.com .
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายความเป็นส่วนตัว
คำชี้แจงสิทธิส่วนบคุคล
คำชี้แจงสิทธิส่วนบคุคล
บริษัท อินคิวเทน จำกัด ("บริษัทฯ") ขอขอบคุณท่านสำหรับการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งทางบริษัทฯ รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสติดต่อสื่อสารกับท่านผ่านทางช่องทางเว็บไซต์และได้ให้บริการแก่ท่าน ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านเว็บไซด์ของบริษัทฯ
และเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น อีกทั้งเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้บริการของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ สัญญาว่าจะป้องกันและรักษาความเป็นส่วนตัวของท่าน วัตถุประสงค์ของคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้เป็นการ แจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลที่ทางบริษัทฯ ได้รับ เมื่อท่านเข้ามาที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ การ ใช้ข้อมูล การเปิดเผยข้อมูลของท่านไปยังบุคคลอื่นหรือไม่ และตัวเลือกต่างๆ ที่ท่านสามารถเลือกได้ เกี่ยวกับการนนำข้อมูลของท่านไปใช้ บริษัทฯ ขอเรียนว่าทางบริษัทฯ มีนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลของผู้ใช้บริการทุกท่านโดยสังเขปดังนี้.
ข้อมลูส่วนบคุคล (Privacy notes)
ข้อมูลใดๆ ที่บริษัทฯได้รับจากการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ ข้อมูลส่วน บุคคลและข้อมูลสรุป.
1. ข้อมูลส่วนบุคคล : ข้อมูลนี้จะช่วยให้บริษัทฯ ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวท่าน โดยปกติท่านสามารถเข้า เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้โดยไม่ต้องบอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวท่านหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ใดๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองได้ด้วยความ สมัครใจ (เช่น ชื่อ อีเมลแอดเดรส ประเทศถิ่นที่อยู่) เพื่อให้บริษัทฯ สามารถตอบกลับการแสดงความเห็น หรือข้อสงสัยต่างๆ ผ่านทางอีเมล ในบางกรณีบริษัทฯ อาจเก็บข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อถึงท่านซึ่งรวมถึง ข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในไฟล์ข้อมูลของท่าน เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงการบริการในกรณีที่ท่านติดต่อบริษัทฯ อีกครั้ง.
2. ข้อมูลสรุป : ข้อมูลนี้ไม่มีการระบุถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งอาจรวมถึง Uniform Resource Locator (“URL”) ของเว็บไซต์ที่อ้างอิงมายังเว็บไซต์ของบริษัทฯ Internet Protocol (“IP”) Address (หมายเลขที่กำหนดให้กับคอมพิวเตอร์ของท่านโดยอัตโนมัติเมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์) ระบบปฏิบัติการ ของเครื่องคอมพิวเตอร์และชนิดของเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้ และเงื่อนไขการค้นหาใดๆ ที่ท่านกรอกลงใน เว็บไซต์ของบริษัทฯ เว็บเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทฯ จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้เพื่อควบคุมระดับการดำเนิน กิจกรรมบนเว็บไซต์ ประเมินประสิทธิภาพการทำงาน และปรับปรุงเนื้อหาของเว็บไซต์เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ งานและให้ท่านมีความพึงพอใจในการใช้งาน
บริษัทฯ อาจจัดเก็บ รวบรวม ประกาศ ส่งเสริม รายงาน หรือเปิดเผยหรือใช้ข้อมูลสรุปนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงท่านเป็นการส่วนตัว บริษัทฯ จะไม่เชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ กับข้อมูลสรุปที่ บริษัทฯ ทำการรวบรวมจากเว็บไซต์ของบริษัทฯ หากมีการเชื่อมโยงข้อมูลสรุปใดๆ ของท่าน ข้อมูลดังกล่าว จะได้รับการปกป้องเช่นเดียวกับข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล
การใช้ข้อมูลของท่านร่วมกับผู้อื่น
ยกเว้นกรณีต่างๆ ที่ได้ระบุไว้ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้ บริษัทฯ จะไม่จำหน่าย แลกเปลี่ยน เช่า หรือส่ง ต่อข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่บริษัทฯ รวบรวมไว้แบบออนไลน์หากไม่ได้รับการอนุญาตจากท่าน ข้อมูลส่วน บุคคลใด ๆ ที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ จะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของบริษัทฯ ในประเทศเกาหลีใต้
บริษัทฯ อาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้ออนไลน์ร่วมกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ และ/หรือคู่ ค้าทางธุรกิจที่เชื่อถือได้ที่มีการทำงานร่วมกัน รวมถึงบริษัทฯ ที่เป็นผู้ให้บริการทางด้านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในการติดต่อกับตัวแทนหรือคู่สัญญาภายนอก บริษัทฯ ได้กำหนดให้ตัวแทนหรือคู่สัญญาเหล่านั้นปฏิบัติตาม ข้อกำหนดที่ระบุไว้ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลน
บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นครั้งคราวตามคำสั่งศาล หมายเรียก หรือการสอบสวน จากหน่วยงานของรัฐ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรายงานให้เจ้าพนักงานทราบถึงกจิกรรมใดๆ ที่บริษัทฯ เชื่อโดยสุจริตใจว่าผิดกฎหมาย บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อบริษัทฯ เชื่อว่า การเปิดเผย ดังกล่าวเป็นเรื่องจำเป็นตามกฎหมาย เพื่อบังคับใช้หรือปรับใช้ข้อกำหนดการใช้หรือเพื่อปกป้องสิทธิ์ ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของผู้อื่นและตัวบริษัทฯ เอง
ในกรณีที่บริษัทฯ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องมีการควบรวมกิจการหรือถูกซื้อกิจการ หรือมีการซื้อทรัพย์สินของ กิจการ บริษัทฯ อาจมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านร่วมกับบริษัทฯ ที่ให้บริการท่านและผู้ใช้งานเว็บไซต์ ของบริษัทฯ
สิทธิส่วนบคุคลของท่าน
บริษัทฯ จะต้องได้รับคำอนุญาตจากท่านก่อนเสมอ บริษัทฯ จะไม่ใช้หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่รวบรวมจาก เว็บไซต์ของบริษัทฯ ร่วมกับผู้อื่นหากการใช้งานดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลของ ท่าน ซึ่งรวมถึงการใช้งานที่ได้ระบุไว้ข้างต้น โดยท่านไม่มีโอกาสเลือกว่าจะอนุญาตให้มีการใช้งานที่ไม่ เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์หรือไม่
การเข้าถึงและการแก้ไขข้อมูลของท่าน
บริษัทฯ ดำเนินมาตราการที่สมควรเพื่อให้ความมั่นใจว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯรวบรวมจากเว็บไซต์ของ บริษัทฯ นั้นมีความถูกต้องแม่นยำ เป็นข้อมูลปัจจุบัน มีความสมบูรณ์ครบถ้วน และน่าเชื่อถือสำหรับการใช้ ตามวัตถุประสงค์ หากท่านต้องการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ ท่านอาจ ติดต่อบริษัทฯ ตามวิธีที่อธิบายไว้ในส่วน “ติดต่อบริษัทฯ” ด้านล่าง
การป้องกันข้อมูลของท่าน
บริษัทฯ ตระหนักถึงความไว้วางใจของท่านและสัญญาว่าจะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้ออนไลน์ ไม่ให้สูญหาย ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และถูกใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต บริษัทฯ ใช้มาตรการทั้ง ทางด้านกายภาพ อิเล็กทรอนิก และการจัดการในการปกป้องและรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของท่าน
การปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็ก
บริษัทฯ ได้ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีและสนับสนุนให้ ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการเข้าสู่เว็บไซต์ต่างๆ ของเด็กๆ บริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย ป้องกันความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์ของเด็ก (COPPA) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เว็บไซต์ของบริษัทฯ ไม่ได้มีเด็กเป็นกลุ่มเป้าหมายและไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และหากบริษัทฯ ทราบเรื่อง ทางบริษัทฯจะไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กเหล่านั้นไว้ หากบริษัทฯ พบว่ามีข้อมูลของเด็กๆ ในเว็บไซต์ ของบริษัทฯ ทางบริษัทฯจะดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าวทันที
ติดต่อบริษัท ฯ
หากท่านมีข้อแนะนำหรือข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวโปรดส่งอีเมลมาที่ cs_thailand@inqten.com บริษัทฯ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขข้อกังวัลและปัญหาต่างๆ ที่ท่านแจ้ง มายังบริษัทฯ
บริษัท อินคิวเทน จำกัด
135/34 ชั้น12 อาคารอมรพัน์205 ทาวเวอร์ 2 ซอยนาทอง ถ.รชัดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพ 10400
โทรศัพท์: 0811447335
อีเมลล์: cs_thailand@inqten.com
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการสมัครสมาชิก
이 약관은 주식회사 인큐텐(이하 '회사')과(와) 회원에 관한 제반사항을 규정함을 목적으로 합니다.
제2조 용어의 정의
회원은 회사의 약관에 동의하고 정보를 제공하여 회원등록을 한 사람을 말합니다.
제3조 약관의 효력 및 변경
1. 이 약관은 회사의 웹사이트에 온라인으로 공지함으로써 효력이 발생합니다. 약관에 동의하고 회원가입을 한 회원은 동의한 시점부터 약관을 적용하고, 약관의 변경이 있을 경우에는 시행일부터 변경된 약관을 적용합니다.
2. 회사는 필요하다고 인정되는 경우 관련법을 위배하지 않는 범위에서 약관을 개정할 수 있습니다. 약관을 개정할 경우 개정된 약관의 내용과 개정사유 및 시행일자 등을 명시하여 시행일 전 7일 이상의 기간 동안 웹사이트의 첫 페이지 또는 첫 페이지와 연결된 페이지에 공지합니다. 단, 회원에게 불리하게 약관을 변경하는 경우에는 최소한 30일의 유예기간을 두고 회사의 웹사이트에 게시합니다.
3. 회원은 개정된 약관에 대해 거부할 권리가 있습니다. 변경된 약관의 시행일로부터 7일 이내에 거부의사를 표시하지 않고 서비스를 계속 이용할 경우 약관의 변경에 동의한 것으로 봅니다.
제4조 약관 외 준칙
1. 회사는 필요한 경우 이 약관과 별도로 서비스별 약관을 정할 수 있으며, 이 약관과 서비스별 약관의 내용이 상충되는 경우 서비스별 약관을 우선하여 적용합니다.
2. 이 약관에 규정되지 않은 사항에 대해서는 회사가 정한 서비스별 약관과 관계법령 또는 상관례에 따릅니다.
제5조 회원가입
1. 회원은 회사가 요구하는 일정한 양식에 정보를 기재하고 약관 내용에 대해 동의 의사를 표시함으로써 가입을 신청하고, 회사의 승인을 받아 회원으로 가입됩니다.
2. 회원은 제1항의 가입신청 시 반드시 이용자의 실명 및 실제정보를 기재해야 합니다. 이를 준수하지 않은 회원은 일체의 권리를 주장할 수 없으며, 관계법령에 따라 처벌받을 수 있습니다.
3. 사이트를 통해 회원가입을 하는 경우 회사가 직접 또는 제휴하여 운영하는 전 세계 모든 사이트에 동시에 회원으로 가입하게 됩니다.
4. 회원은 회사의 글로벌 통합 회원관리 시스템에 따라 단일한 아이디와 암호를 사용하여 회사가 직접 또는 제휴하여 운영하는 전 세계 모든 사이트에 로그인을 할 수 있습니다.
제6조 회원자격의 제한
1. 회사는 회사의 설비에 여유가 없거나 기술상 장애사항이 발생한 경우, 기타 회사의 사정상 필요한 경우 원인이 해소될 때까지 회원의 가입을 유보할 수 있습니다.
2. 회사는 업무상 또는 기술상의 문제가 없는 경우 원칙적으로 회원 가입을 승인합니다. 단, 다음 각 호에 해당하는 경우 회사가 임의적으로 회원가입을 승인하지 않거나 회원자격
을 박탈할 수 있습니다.
① 실명이 아니거나 타인 명의를 사용하여 신청하였을 경우
② 허위의 정보를 기재하거나 회사가 요구하는 양식에 필요한 정보를 기재하지 않은 경우
③ 공공질서 또는 미풍양속을 저해하거나, 저해할 목적으로 신청하였을 경우
④ 부정한 용도로 서비스를 이용하고자 하는 경우
⑤ 약관 또는 법령을 위반하여 이용계약이 해지된 적이 있는 이용자가 신청하는 경우
⑥ 범죄와 결부된다고 객관적으로 판단되는 경우
⑦ 기타 관계법령에 위배되는 경우
3. 만 14세 미만의 사람이 회원가입을 신청한 경우 회사는 부모 동의를 요구할 수 있고 부모 동의를 얻기 전까지 가입승인 대기상태로 둘 수 있습니다.
4. 회사는 회원자격을 박탈하는 경우 회원등록을 말소합니다. 이 경우 회원에게 사전 통지하여 소명의 기회를 부여할 수 있습니다.
제7조 개인정보의 사용 및 보호
1. 회사는 회원정보를 제공받을 수 있으며, 회원이 회사의 서비스를 효율적으로 이용할 수 있도록 이 회원정보를 사용할 수 있습니다.
2. 회사는 관계법령이 정하는 바에 따라 회원의 개인정보를 보호하기 위해 노력합니다. 회원 개인정보의 보호 및 사용에 대해서는 관계법령 및 회사의 개인정보취급방침을 적용합니다.
3. 회사는 회원의 개인정보를 회원의 사전 동의 없이 제3자에게 제공할 수 없습니다. 단, 다음 각 호의 경우에는 예외로 합니다.
① 도메인 이름에 대한 ‘도메인등록자정보(WHOIS)’ 조회서비스를 제공하는 경우
② 관계법령에 의하여 국가기관이 요청한 경우
③ 범죄에 대한 수사 목적으로 수사기관이 요청한 경우
④ 회원의 약관 위반을 포함하여 부정행위 확인 등의 정보보호 업무를 위해 필요한 경우
⑤ 업무상 연락을 위하여 회원의 정보를 사용하는 경우
⑥ 은행업무상 관련사항에 한하여 일부 정보를 공유하는 경우
⑦ 통계작성, 홍보자료, 학술연구 또는 시장조사를 위하여 필요한 경우로서 특정회원임을 식별할 수 없는 형태로 제공하는 경우
제8조 회원탈퇴
1. 회원은 회사에 언제든지 탈퇴를 요청할 수 있으며 회사는 회원탈퇴 요청을 받은 즉시 회원탈퇴를 처리합니다. 단, 회원이 회사에서 이용 중인 서비스가 있을 경우 회사는 탈퇴를 처리하지 않습니다.
2. 회원은 회사에서 이용 중인 서비스를 중단 또는 해지한 이후 회원탈퇴를 요청할 수 있으며 이 경우 회사는 즉시 회원탈퇴를 처리합니다.
3. 회원이 계약을 해지할 경우, 관련법 및 개인정보취급방침에 따라 회사가 회원정보를 보유하는 경우를 제외하고는 해지 즉시 회원의 모든 데이터는 소멸됩니다.
4. 회원이 계약을 해지하는 경우, 회원의 회원제서비스 이용으로 인한 정보는 즉시 삭제됩니다. 다만, 회원의 서비스 내 게시물은 삭제되지 않으니 사전에 삭제 후 계약을 해지하시기 바랍니다.
5. 회사는 회원이 이 약관을 위반하거나 관계 법령을 위반하는 경우 이용계약을 해지할 수 있습니다.
제 9조 게시물의 저작권
1. 게시물이라 함은 서비스 게시판에 회원이 올린 글, 이미지, 서비스의 질문과 대답 등을 포함합니다.
2. 회원이 서비스 내에 게시한 게시물의 저작권은 해당 게시물의 저작자에게 귀속됩니다.
3. 회원이 서비스 내에 게시하는 게시물은 회사 검색결과 내지 서비스 프로모션 등에 노출될 수 있으며, 해당 노출을 위해 필요한 범위 내에서는 일부 수정, 복제, 편집되어 게시될 수 있습니다. 이 경우, 회사는 저작권법 규정을 준수하며, 회원은 언제든지 고객센터 또는 서비스 내 관리기능을 통해 해당 게시물에 대해 삭제, 검색결과 제외, 비공개 등의 조치를 취할 수 있습니다.
4. 회사는 제3항 이외의 방법으로 회원의 게시물을 이용하고자 하는 경우에는 전화, 팩스, 전자우편 등을 통해 사전에 회원의 동의를 얻어야 합니다.
제 10조 게시물의 관리
1. 회원의 게시물로 인해 발생하는 손실이나 기타의 문제는 전적으로 회원 개인의 판단에 따른 책임이며, 회사의 고의가 아닌 한, 회사는 이에 대하여 책임지지 않습니다.
2. 회원은 공공질서나 미풍양속에 위배되는 내용과 타인의 초상권, 저작권 등을 포함한 지적재산권 및 기타 권리를 침해하는 내용물에 대하여는 등록할 수 없으며, 만일 이와 같은 내용의 게시물로 인해 발생하는 결과에 대한 모든 책임은 회원 본인에게 있습니다.
3. 회사는 서비스 운영 목적에 반한다고 판단되는 다음의 게시물을 사전통지 없이 삭제하거나 이동 또는 등록 거부를 할 수 있습니다.
1) 다른 회원 또는 제 3자에게 심한 모욕을 주거나 명예를 손상시키는 내용인 경우
2) 공공질서 및 미풍양속에 위반되는 저속, 음란한 내용의 정보, 문장, 도형, 음향, 동영상을 전송, 게시하거나 링크 시키는 경우
3) 사적인 정치적 판단이나, 종교적 견해의 내용으로 서비스 성격에 부합하지 않는다고 회사가 판단하는 경우
4) 불법복제 또는 해킹을 조장하는 내용인 경우
5) 영리를 목적으로 하는 광고 등 상업적 이용이라고 판단되는 경우
6) 범죄와 결부된다고 객관적으로 인정되는 내용일 경우
7) 다른 이용자 또는 제 3자의 저작권 등 기타 권리를 침해하는 내용인 경우
8) 회사에서 규정한 게시물 원칙에 어긋나거나, 게시판 성격에 부합하지 않는 경우
9) 특정업체 및 특정 상품에 대한 근거 없는 비방 및 가격 비교 등의 영업방해 행위
10) 기타 관계법령에 위배된다고 판단되는 경우
제 11조 권리의 귀속
1. 서비스에 대한 저작권 및 지적재산권은 회사에 귀속됩니다. 단, 회원의 게시물 및 제휴계약에 따라 제공된 저작물 등은 제외합니다.
2. 회사는 서비스와 관련하여 회원에게 회사가 정한 이용조건에 따라 서비스 등을 이용할 수 있는 이용권만을 부여하며 회원은 이를 양도, 판매, 담보제공 등의 처분행위를 할 수 없습니다.
제12조 회원에 대한 고지
1. 회사가 회원에 대하여 고지하는 경우 회원이 회사에 제공한 전자우편 주소로 할 수 있습니다.
2. 회사는 회사 웹사이트 공지사항을 통해 공지함으로써 회원에 대한 고지를 대신할 수 있습니다.
제13조 회사의 의무
1. 회사는 약관이 정하는 바에 따라 지속적이고 안정적인 서비스를 제공하기 위해 최선을 다합니다.
2. 회사는 회원의 개인정보보호를 위해 보안시스템을 구축하며 개인정보취급방침을 준수합니다.
3. 회사는 공정하고 건전한 운영을 통하여 전자상거래 질서유지에 최선을 다합니다.
4. 회사는 제기되는 불편사항 및 문제에 대해 정당하다고 판단될 경우 우선적으로 그 문제를 처리합니다. 단, 신속한 처리가 곤란할 경우 그 사유와 처리일정을 통보합니다.
제14조 회원의 의무
1. 회원 아이디(ID)와 암호(password)에 대한 관리 책임은 회원에게 있습니다.
2. 회원은 아이디와 암호를 제3자가 알 수 없도록 관리해야 합니다. 회원의 부주의로 인해 정보가 유출되어 발생한 피해에 대하여 회사는 책임지지 않습니다.
3. 회원은 회원가입 신청 또는 회원정보 변경 시 모든 사항을 사실에 근거하여 본인의 진정한 정보로 작성해야 하며, 허위 또는 타인의 정보를 제공할 경우 이와 관련된 모든 권리를 주장할 수 없습니다.
4. 회원은 약관의 규정과 공지사항 및 관계법령을 준수해야 하며 회사 업무에 방해가 되는 행위, 회사의 명예를 손상시키는 행위, 타인에게 피해를 주는 행위 등을 해서는 안 됩니다.
5. 회원은 주소, 연락처, 전자우편 주소 등 개인정보사항이 변경된 경우 회원정보 수정절차를 통해 회사에 즉시 알려야 합니다.
제15조 면책
1. 회사는 다음의 경우 배상 등의 책임이 없습니다.
① 전시, 사변, 천재지변 또는 이에 준하는 국가비상사태 등 불가항력적인 경우
② 회원의 귀책사유에 해당하는 고의 또는 과실로 인한 경우
③ 전기통신사업법에 의한 회사 외 타 기간통신사업자가 제공하는 전기통신서비스 장애 및 설비부족으로 인한 경우
④ 전기통신서비스의 특성상 불가피한 사유로 서비스 제공이 불가능한 경우
⑤ 설비 보수, 교체, 정기점검, 공사 등 부득이한 사유로 서비스 중단을 미리 공지한 경우
2. 회사는 회원이 회사의 서비스 제공으로부터 기대되는 이익을 얻지 못하였거나 서비스로 부터 수반되는 잠재가치 및 서비스 자료에 대한 취사선택 또는 이용으로 발생하는 손해 등에 대해서는 책임이 없습니다.
3. 회원의 귀책사유로 회원의 아이디(ID)와 비밀번호가 유출되어 발생한 문제에 대한 책임은 회원에게 있으며 회사는 아무런 책임이 없습니다.
4. 회원이 회원의 전화번호, 이메일 등의 연락처정보와 은행계좌정보 등을 최신의 상태로 유지하지 않아 발생한 문제에 대한 책임은 회원에게 있으며 회사는 아무런 책임이 없습니다. (예: 서비스 내용 변경 고지, 서비스 이용료 환불 등)
5. 회사가 무료로 제공하는 서비스의 이용과 관련해서 회사는 어떠한 손해에 대해서도 책임이 없습니다.
제16조 분쟁의 해결 및 관할
1. 이 약관에서 정하지 아니한 사항이나 해석상 내용이 불분명한 사항에 대해서는 관계법령 및 상관례에 따라 서로 협의하여 처리합니다.
2. 회원과 회사 간에 분쟁이 발생할 경우 회사의 본점 소재지 법원을 관할법원으로 합니다.
[ 부칙 ]
1. 이 약관은 2020년 12월 8일부터 시행합니다.
ผู้แนะนำ ค้นหา
| ID | ชื่อสมาชิก | หมายเลขสมาชิก | หมายเลขโทรศัพท์มือถือ |
|---|---|---|---|
| 검색할 데이터가 없습니다. | |||
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...